นิทานเปรียบเทียบเรื่องบ้านไฟไหม้ – บทกวีของแบร์โทลด์ เบรชท์

Das Gleichnis des Buddha vom brennenden Haus

–Bertold Brecht (1937)
Gothama, der Buddha, lehrte
Die Lehre vom Rade der Gier, auf das wir geflochten sind, und empfahl
Alle Begierde abzutun und so
Wunschlos einzugehen ins Nichts, das er Nirwana nannte.
Da fragten ihn eines Tags seine Schüler:
Wie ist dies Nichts, Meister? Wir alle möchten
Abtun alle Begierde, wie du empfiehlst, aber sage uns
Ob dies Nichts, in das wir dann eingehen
Etwa so ist wie dies Einssein mit allem Geschaffenen
Wenn man im Wasser liegt, leichten Körpers, im Mittag
Ohne Gedanken fast, faul im Wasser liegt oder in Schlaf fällt
Kaum noch wissend, daß man die Decke zurechtschiebt
Schnell versinkend, ob dies Nichts also
So ein fröhliches ist, ein gutes Nichts, oder ob dies dein
Nichts nur einfach ein Nichts ist, kalt, leer und bedeutungslos.
Lange schwieg der Buddha, dann sagte er lässig:
Keine Antwort ist auf euere Frage.
Aber am Abend, als sie gegangen waren
Saß der Buddha noch unter dem Brotbaum und sagte den andern
Denen, die nicht gefragt hatten, folgendes Gleichnis:
Neulich sah ich ein Haus. Es brannte. Am Dache
Leckte die Flamme. Ich ging hinzu und bemerkte
Daß noch Menschen drin waren. Ich trat in die Tür und rief ihnen
Zu, daß Feuer im Dach sei, sie also aufforderend
Schnell hinauszugehen. Aber die Leute
Schienen nicht eilig. Einer fragte mich
Während ihm schon die Hitze die Braue versengte
Wie es draußen denn sei, ob es auch nicht regne
Ob nicht doch Wind gehe, ob da ein anderes Haus sei
Und so noch einiges. Ohne zu antworten
Ging ich wieder hinaus. Diese, dachte ich
Müssen verbrennen, bevor sie zu fragen aufhören. Wirklich, Freunde
Wem der Boden noch nicht so heiß ist, daß er ihn lieber
Mit jedem andern vertauschte, als daß er da bliebe, dem
Habe ich nichts zu sagen. So Gothama, der Buddha.
Aber auch wir, nicht mehr beschäftigt mit der Kunst des Duldens
Eher beschäftigt mit der Kunst des Nichtduldens und vielerlei Vorschläge
Irdischer Art vorbringend und die Menschen lehrend
Ihre menschlichen Peiniger abzuschütteln, meinen, daß wir denen, die
Angesichts der heraufkommenden Bombenflugzeug- geschwader des Kapitals noch allzulang fragen
Wir wir uns dies dächten, wie wir uns das vorstellten
Und aus was ihren Sparbüchsen und Sonntagshosen werden soll nach einer Umwälzung
Nicht viel zu sagen haben.
นิทานเปรียบเทียบเรื่องบ้านไฟไหม้
–แบร์โทลด์ เบชท์ (1937)
โคตมะ ผู้เป็นพุทธะ สอนเรื่อง
คำสอนว่าด้วยวงล้อแห่งความโลภ ที่เราถูกผูกติดอยู่ และแนะนำ
ให้เราละทิ้งความโลภทั้งหลายไป และ
เมื่อปราศจากความอยากทั้งปวง ก็เข้าไปยังความไม่มี ซึ่งท่านเรียกว่านิรวาณ
จากนั้นศิษย์ของท่านคนหนึ่งก็ถามขึ้นในวันหนึ่งว่า:
ความไม่มีนี่เป็นอย่างไรครับอาจารย์? เราอยากจะ
ละทิ้งความอยากทั้งปวง ดังที่ท่านสอน แต่ท่านกรุณาบอกพวกเรา
ว่าความไม่มีนี้ ซึ่งเราจะเข้าไป
เป็นเหมือนกับการเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมดหรือเปล่า
เมื่อเรานอนอยู่บนผิวน้ำ ร่างกายของเราปราศจากน้ำหนัก ในตอนเที่ยง
เกือบจะไม่มีความคิดใดๆ นอนอยู่บนน้ำอย่างขี้เกียจ หรือเผลอหลับไป
โดยไม่รู้อะไรเมื่อมีคนมาดึงผ้ารองให้ตรง
แล้วจมลงอย่างรวดเร็ว ความไม่มีนี้
เป็นความสุขแบบนี้หรือเปล่า คือเป็นความปราศจากทุกสิ่งที่น่าเพลิดเพลิน หรือ
ว่าความไม่มีของท่านนี้เป็นแค่ความไม่มีอะไรเฉยๆ เยือกเย็น ว่างเปล่า ไม่มีความหมายใดๆ
พระพุทธเจ้าเงียบอยู่นาน จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า
ไม่มีคำตอบแก่คำถามของท่าน
แต่เมื่อถึงเวลาเย็น เมื่อศิษย์กลุ่มนี้จากไปแล้ว
พระพุทธเจ้านั่งอยู่ใต้ต้นขนมปัง และเล่าให้แก่ศิษย์อีกกลุ่มหนึ่ง
ที่ไม่ได้ถามคำถามข้างต้น ซึ่งนิทานเปรียบเทียบนี้:
เมื่อไม่นานมานี้ ฉันเห็นบ้านหลังหนึ่ง กำลังถูกไฟไหม้ หลังคา
มีไฟมาลามเลีย ฉันเข้าไปข้างในและเห็น
ว่ามีคนอยู่ในนั้น ฉันเข้าไปในช่องประตูและตะโกนบอกพวกเขา
ว่าบ้านไฟไหม้ถึงหลังคาแล้ว ฉันเรียกให้ทุกคนรีบออก
มาจากบ้านโดยทันที แต่คนในนั้น
ดูเหมือนว่าจะไม่เร่งรีบ คนหนึ่งถามฉัน
ในขณะที่ความร้อนกำลังแผดเผาขนคิ้วของเขาอยู่
ว่าข้างนอกเป็นอย่างไร ฝนตกอยู่หรือเปล่า
ลมพัดอยู่หรือเปล่า มีบ้านอีกหลังหนึ่งหรือเปล่า
และคำถามอื่นๆอีก ฉันไม่ได้ตอบ
แต่เดินกลับออกมา ก่อนที่เขาจะหยุดถาม จริงๆแล้ว เพื่อนๆเอ๋ย
ใครที่พื้นที่เขาเหยียบอยู่ยังไม่ร้อนมากขนาดที่เขายินดี
จะเปลี่ยนที่ของเขากับที่อื่นที่ใดก็ได้ หากเขายังเป็นอยู่เช่นนี้
ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแก่เขา นี่คือโคตมะ ผู้เป็นพุทธะ
แต่พวกเราก็เช่นกัน ผู้ซึ่งไม่ได้ยุ่งวุ่นวายกับศิลปะของความอดทน
แต่กลับวุ่นวายกับศิลปะของความไม่อดทน ผู้ซึ่งให้ข้อเสนอหลากหลาย
ที่เป็นแบบพื้นๆ และสอนให้ผู้คน
สลัดทิ้งไปซึ่งมนุษย์ที่มาทรมานพวกเขา พวกเราก็คิดว่า
ผู้คนที่เมื่อเห็นฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดของทุนที่กำลังบินใกล้เข้ามา
แต่กลับถามเรื่อยๆว่าเราจะคิดเรื่องพวกนี้อย่างไร เราจะเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร
และกระปุกออมสินกับกางเกงที่ใส่ในวันอาทิตย์จะเป็นอย่างไร
เราก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขามากเช่นกัน
แปลโดย โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s