เพื่อนในโลกออนไลน์

ประเด็นสำคัญของกรณีข้อเท็จจริง

กรณีที่หนึ่ง: มีผู้หญิงคนหนึ่งได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งในงานปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัย สองคนนี้คุยกันเพียงนิดเดียวและก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ฝ่ายชายก็ได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนาทางเฟสบุ๊คหลังจากนั้นไม่นาน และก็ได้แนบข้อความสั้นๆมาบอกว่าขอเป็นเพื่อนเฉยๆ ฝ่ายหญิงคิดอยู่นานพอสมควรว่าควรจะรับเป็นเพื่อนดีหรือไม่ แล้วก็ไม่ได้ตอบข้อความอะไร

กรณีที่สอง: อาจารย์ทางนิเทศศาสตร์คนหนึ่งประกาศว่า จะไม่รับแอดใครทั้งสิ้นเว้นแต่ว่าจะรู้จักคนๆนั้นเป็นอย่างดีในโลกข้างนอกอยู่ก่อนแล้ว

กรณีที่สาม: คนไทยคนหนึ่งเล่นเฟสบุ๊คมาได้ระยะหนึ่ง แล้วก็มีกิจกรรมทางการเมืองบนเฟสบุ๊คมาก วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและคณะรัฐประหารอย่างรุนแรงมาตลอด แล้วก็เป็นสมาชิกรับข่าวสารจากต่างประเทศโดยนักวิชาการชื่อดัง และกลุ่มที่แจกคลิปการเมืองอย่างเข้มข้น แน่นอนว่าเขาไม่ได้ใช้ชื่อจริง วันหนึ่งเขาได้รับคำขอแอดจากคนไทยอีกคนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้ใช้ชื่อจริงเช่นเดียวกัน แต่เมื่อไปดูข้อมูลในโพรไฟล์ของเขาปรากฏว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัว เช่นโพสเรื่องอาหาร ดูภาพยนตร์ ไปเที่ยว เพื่อนฝูง แต่ก็มีเรื่องของการสนับสนุนรัฐบาลและปกป้องฝ่ายรัฐบาล และวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายที่โจมตีรัฐบาลอยู่บ้าง แต่ไม่รุนแรงอะไร เขาคิดอยู่นานว่าจะรับดีหรือไม่ ซึ่งในท้ายที่สุดเขาก็รับ

กรณีที่สี่: นักวิชาการที่มีชื่อเสียงในการเปิดเผยความลับในวงการเมือง มี “เพื่อน” ทางเฟสบุ๊คถึงห้าพันคน (ซึ่งเป็นกำหนดสูงสุดของเฟสบุ๊คในกรณีของบัญชีส่วนบุคคล)
ศึกษา

คุณสมบัติของความเป็นเพื่อนหรือ “มิตรภาพ” ในโลกออนไลน์กับโลกข้างนอก

ความเป็น “บุคคลจริง” กับ “ความแท้จริง” (authenticity) กับความเป็นเพื่อน

สภาพความเป็นจริงของโลกยุคใหม่ที่ต่างคนต่างมีโลกของตนเอง
ผลที่ตามมา (impact) และความสำคัญของกรณีศึกษานี้ (case significance)

การขยายตัวของเว็บไซต์ประเภท “สื่อเครือข่ายสังคม” ทำให้การติดต่อระหว่างบุคคลต่อบุคคลขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเว็บไซต์ประเภทนี้ได้กลายเป็นแนวทางหลักในการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต ลักษณะสำคัญของเว็บไซต์แบบนี้คือการที่คนหนึ่งสามารถสร้างความเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ เรียกว่า “เพื่อน” แล้วคนนั้นก็จะรับทราบข่าวสารต่างๆที่ “เพื่อน” ตนเองนำขึ้นบนเว็บไซต์ โดยข่าวสารดังกล่าวดังกล่าวอาจจะเป็นข้อความ หรือลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่นๆ หรือรูปภาพ หรือคลิปวิดีโอก็ได้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิดเป็น “กลุ่มสังคม” ขึ้น โดยแต่ละคนในกลุ่มจะรับรู้ว่าสมาชิกคนอื่นๆทำอะไรกันบ้าง กลุ่มดังกล่าวนี้อาจมีขนานตั้งแต่ไม่กี่คน จนเป็นกลุ่มขนาดใหญ่สมาชิกเป็นล้านๆคนขึ้นไปก็ได้

ประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษในบริบทของการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตก็มีหลายประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกได้แก่ความเป็นตัวจริงของผู้ที่มาเป็นเพื่อน ในโลกของเว็บเครือข่ายสังคมการติดต่อกันเป็นเรื่องของบุคคลต่อบุคคล ซึ่งทำให้การไว้วางใจกันมีความสำคัญอย่างสูง ดังนั้นหากความไว้วางใจนี้ต้องสูญเสียไป ก็จะเกิดผลเสียต่อความสำเร็จและประโยชน์ในด้านต่างๆของเว็บประเภทนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้ต้องสูญเสียความมั่นใจก็มีเช่น การที่คนๆหนึ่งไม่ได้ใช้ตัวจริงของตนเองในการเข้าไปเป็นสมาชิก หรือสร้างตัวตนสมมติขึ้นมา ทำให้ตนเองไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำต่างๆของตนเองในโลกออนไลน์ การทำเช่นนี้มีผู้วิจารณ์ว่า ทำให้คุณภาพของความเป็นเพื่อนในโลกออนไลน์สู้เพื่อนในโลกข้างนอกไม่ได้ เพราะเพื่อนข้างนอกเรารู้ว่าเป็นใคร แต่เพื่อนออนไลน์ไม่รู้ การที่เราไม่รู้ว่าเพื่อนออนไลน์เป็นใคร ทำให้การคบหาเพื่อนในโลกเครือข่ายสังคมเป็นไปอย่างฉาบฉวย มีเพียงตัวเองเป็นศูนย์กลาง เนื่องจากเราจะเลือกคบใคร หรือเลือกไม่คบใครก็ได้ ในโลกข้างนอกการเลิกคบใครสักคนหนึ่งเป็นเรื่องใหญ่ จำเป็นต้องมีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงจึงจะเกิดการเลิกคบกันได้ แต่ในโลกออนไลน์หากใครคนหนึ่งไม่พอใจเพื่อนของตนเอง สิ่งที่เขาต้องทำคือเพียงแค่กดปุ่ม ‘unfriend’ เพื่อนคนนี้ก็จะหลุดออกไปจากวงการรับรู้ของตนเองไปทันที ยิ่งไปกว่านั้นหากเพื่อนคนนี้ยังคอยตามมาดูเรื่องราวของเรา เราก็กันเขาออกไปจากชีวิตได้ด้วยปุ่ม ‘block’ ซึ่งเท่ากับกันคนผู้นี้ออกไปจากชีวิตออนไลน์ของเราอย่างสิ้นเชิง

ในการพิจารณาประเด็นทางจริยศาสตร์ที่เกี่ยวกับโลกออนไลน์ เรื่องคุณภาพของเพื่อนเป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่มีการพูดถึงกันค่อนข้างมาก ในย่อหน้าข้างต้นได้นำเสนอเหตุผลที่บอกว่า เหตุใดเพื่อนออนไลน์จึงมีคุณภาพน้อยกว่าเพื่อนข้างนอก นักวิชาการบางคน เช่น Shirley Turkle (2012) เสนอว่าโลกออนไลน์ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า “Alone together” หรือ “อยู่คนเดียวร่วมกัน” คือแต่ละคนมาอยู่ใกล้ๆกัน เหมือนกับว่าจะมีการติดต่อสัมพันธ์กันทางสังคม แต่ปรากฏเป็นว่าแต่ละคนมาอยู่ใกล้ๆกันเฉยๆ แต่ไม่ได้มีการติดต่ออะไรกัน แต่ละคนกลับมีโลกของตนเองผ่านทางโทรศัพท์ของแต่ละคน สถานการณ์เช่นนี้ Turkle วิเคราะห์ว่าเป็นข้อเสียของสังคมออนไลน์ เนื่องจากปฏิสัมพันธ์ตามธรรมชาติที่คนเราควรมี ได้สูญหายไป ในกรณีของการเป็นเพื่อน ก็ย่อมมีความแตกต่างกันระหว่างเพื่อนในโลกข้างนอก ที่เห็นตัวจริงกัน ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันได้ กับเพื่อนออนไลน์ที่มีตัวตนอยู่แต่เพียงข้อมูลบนจอเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทรรศนะของ Turkle ก็มีผู้แย้งว่าการมีเพื่อนในโลกออนไลน์ ก็ยังดีกว่าไม่มีเพื่อนเอาเลย Johnny Soraker เขียนบทความวิจัยเสนอเหตุผลว่า ในกรณีของคนที่ยังไม่มีโอกาสมีเพื่อนในชีวิตภายนอก การมีเพื่อนในโลกออนไลน์ก็ยังดีกว่าไม่มีเพื่อนเอาเลย และยังกล่าวอีกว่าสำหรับบางคนการมีเพื่อนออนไลน์ก็อาจจะดีกว่ามีเพื่อนในโลกภายนอกก็ได้ (Soraker, 2012)

Aristotle
อาริสโตเติล

ในงานทางปรัชญา นักปรัชญาที่พูดเรื่องเพื่อนไว้มากได้แก่อาริสโตเติล ในงานเรื่อง Nicomachean Ethics อาริสโตเติลได้วิเคราะห์เพื่อนออกเป็นสามแบบ แบบแรกได้แก่เพื่อนที่เป็นเพื่อนเพียงเพราะประโยชน์เฉพาะหน้า เช่นมาเป็นเพื่อนเพราะมากินอาหารฟรี แบบที่สองได้แก่เพื่อนที่มาเป็นเพื่อนเพราะว่าเกิดความพึงพอใจ เช่นเพื่อนคนนี้หน้าตาดี หรือมีปัญญาดี ทำให้เราเกิดความเพลิดเพลินใจ เพื่อนแบบที่สามได้แก่เพื่อนที่มาเป็นเพื่อนกันเพราะต่างก็เห็นความดีในจิตใจของอีกฝ่าย อาริสโตเติลบอกว่า เพื่อนแบบสุดท้ายนี้คือแบบที่ดีที่สุด ในแบบสุดท้ายนี้เพื่อนของเราเป็นผู้ที่ดึงเอาความดีงามในตัวเราออกมา และเราเองก็ดึงเอาความดีงามในตัวของเขาออกมาเช่นกัน เพื่อนแบบนี้จึงแตกต่างจากสองแบบแรก เพราะในสองแบบแรกนั้นเหตุผลของความเป็นเพื่อนได้แก่ปัจจัยภายนอก เช่นอาหารฟรีหรือความเพลิดเพลินจากการรับรู้ภายนอก แต่การเป็นเพื่อนแบบที่สามเป็นเพื่อนที่มาจากปัจจัยภายในของความเป็นตัวตนของแต่ละฝ่ายอย่างแท้จริง นอกจากนี้แบบที่สามยังแตกต่างจากสองแบบแรกตรงที่ว่า ในสองแบบแรกนั้นการเป็นเพื่อนมาจากปัจจัยที่เป็นปัจจัยอื่น ซึ่งความเป็นเพื่อนนำเราไปสู่ปัจจัยเหล่านั้น เช่นเป็นเพื่อนเพราะได้กินฟรี ก็คือความเป็นเพื่อนเป็นสะพานนำไปสู่อาหารฟรี หรือในกรณีของแบบที่สองความเป็นเพื่อนเป็นสะพานไปสู่ความเพลิดเพลินเช่นเพื่อนหน้าตาดี ทำให้เราเกิดความพอใจ เป็นต้น แต่ในแบบที่สามความเป็นเพื่อนมาจากปัจจัยภายในตัวความเป็นเพื่อนนั้นเอง เพื่อนของเราจะทำให้ตัวตนของเราบรรลุสู่ความเป็นตัวตนที่แท้ และการบรรลุอย่างเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นแก่เพื่อนของเราเองเช่นกัน ในกรณีของสองแบบแรกความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อน ไม่ได้เป็นแบบสมมาตร คือแบบแรกเราต้องพึ่งพาเพื่อนของเราในการแจกอาหารฟรี และแบบที่สอบเราก็ต้องพึ่งพาเพื่อนเพื่อชื่นชมความงามของเขา ในขณะที่เพื่อนไม่ได้ชื่นชมความงามของเรา แต่เพื่อนแบบที่สามเป็นแบบสมมาตรโดยสมบูรณ์
ความเห็นเพิ่มเติมของผู้เขียนกรณีศึกษา (commentary)

ในกรณีของเพื่อนออนไลน์ ก็ดูเหมือนจะไม่มีข้อกำหนดว่า เพื่อนในโลกออนไลน์นี้จะต้องเป็นแบบใดแบบหนึ่ง หรือจะต้องไม่เป็นแบบใดแบบหนึ่ง เพื่อนในโลกออนไลน์ในกรณีนี้จึงอาจเป็นทั้งแบบที่หนึ่ง สองหรือสามก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบที่สาม ก็หมายความว่าคุณภาพของเพื่อนในโลกออนไลน์ก็จะไม่น้อยไปกว่าเพื่อนในโลกข้างนอกเท่าใด เพราะดูเหมือนว่าหากมีเพื่อนแบบที่สามในโลกออนไลน์ ก็น่าจะดีกว่าเพื่อนแบบที่หนึ่งหรือสองในโลกข้างนอก ดังนั้นที่ Turkle เสนอว่ากิจกรรมในโลกออนไลน์ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ก็อาจจะไม่เป็นจริงตามนั้น อย่างไรก็ตาม การอ้างเหตุผลนี้ก็ขึ้นกับว่า เราจะวิเคราะห์ความหมายของ “การมีเพื่อนแบบที่สามในโลกออนไลน์” ได้อย่างไร และการมีเพื่อนแบบนี้ในโลกออนไลน์เป็นไปได้จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงและยังเป็นหัวข้อวิจัยอยู่ในปัจจุบัน
คำถามเกี่ยวกับกรณีศึกษาที่หนึ่ง

ผู้หญิงคนนี้ควรจะรับแอดผู้ชายคนนี้หรือไม่? เพราะเหตุใด? เธอมีอะไรควรระวังบ้างหรือไม่? โดยทั่วไปเรามีหลักอะไรเวลาจะรับแอดใครคนหนึ่ง?

คำถามเกี่ยวกับกรณีศึกษาที่สอง

ท่านคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรบ้าง?

คำถามเกี่ยวกับกรณีศึกษาที่สาม

เขาคิดถูกหรือไม่ที่รับแอด? เพราะเหตุใด?

คำถามเกี่ยวกับกรณีศึกษาที่สี่

ท่านคิดว่าในชีวิตจริงคนเราจะมีเพื่อนถึงห้าพันคนได้หรือไม่? ถ้าไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันหรือไม่ระหว่างเพื่อนในชีวิตจริงกับเพื่อนในโลกออนไลน์? ถ้าแตกต่างกันแล้วเราจะพิจารณาประเด็นในบทความนี้เรื่องเพื่อนสามแบบของอาริสโตเติลได้ว่าอย่างไร?
เอกสารอ้างอิง

Turkle, Sherry. (2012). Alone Together: Why We Expect More from Technology and Less from Each Other. New York: Basic Books.

Søraker, J. (2012). How shall i compare thee? Comparing the prudential value of actual virtual friendship. Ethics and Information Technology 14(3), 209 – 219.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s