ปรัชญาใน “เมฆ” ของอริสโตเฟนีส

ผมเปิดบล๊อกวิชาปรัชญากับวรรณคดีไว้ที่ blogger.com แต่หลังๆนี้ชักไม่ค่อยคุ้นกับ Blogger เท่าไหร่แล้ว เลยคิดว่าจะโพสเรื่องเกี่ยวกับปรัชญากับวรรณคดีในบล๊อกนี้แทน ส่วนบล๊อกที่เปิดไว้ใน blogger ตรงนั้นก็คงจะปิดไปในไม่ช้า

อริสโตเฟนีส

เรื่องที่อยากพูดในวันนี้ก็คือเรื่องปรัชญาในบทละครเรื่อง “เมฆ” ของอริสโตเฟนีส ในชั้นเราคงจำกันได้ว่าอริสโตเฟนีสได้เขียนบทละครเรื่องนี้เพื่อล้อเลียนโสกราตีสและบรรดาพวกโซพิสท์ทั้งหลายที่ตั้งตัวเป็นอาจารย์สอนวิชาการต่างๆให้แก่ประชาชน โดยอ้างว่าจะทำให้เอาชนะคดีความในศาล และได้สิ่งต่างๆอันเป็นที่พึงปรารถนาของคนทั่วไป เนื้อเรื่องก็มีการเสียดสีล้อเลียนโสกราตีสมากมาย เช่นพอเปิดฉากมาให้เราเห็นโสกราตีสเป็นครั้งแรก โสกราตีสก็เข้าไปอยู่ในตะกร้า แขวนลอยอยู่กลางอากาศ ตัวโสกราตีสก็อ้างว่าจะศึกษาลมกับอากาศ และหากเท้ายังเหยียบอยู่บนพื้นดินก็จะศึกษาไม่ได้เต็มที่ บรรดาสานุศิษย์ของโสกราตีสก็มีพฤติกรรมแปลกๆไม่แพ้กัน บางคนเอาหน้าไปแนบพื้นดิน เพื่อศึกษาให้มองเห็นสรรพสิ่งใต้พิภพ โสกราตีสเองก็ศึกษาว่าหมัดที่อยู่บนตัวคนจะกระโดดได้ไกลเท่าใด การศึกษาเรื่องต่างๆเหล่านี้ไม่มีอะไรเป็นจริงเป็นจัง เพราะเป็นเพียงการเสียดสีล้อเลียนของอริสโตเฟนีส ประเด็นก็คือพวกของโสกราตีสไม่ทำอะไรให้เกิดประโยชน์แก่โลกเลย มัวแต่ทำเรื่องไร้สาระต่างๆที่อริสโตเฟนีส (จากการสะท้อนภาพในบทละคร) มองว่าเป็นเพียงการกระทำที่มุ่งหาเงินจากประชาชน โดยที่ไม่ได้ให้อะไรตอบแทนเลยนอกจากความบ้าคลั่งไร้สาระแบบนี้

ดังนั้นประเด็นแรกที่อริสโตเฟนีสอยากจะสะท้อนออกมาผ่านบทละครตลกชวนหัวเรื่องนี้ก็คือว่า พวกโซฟิสท์กับโสกราตีสไม่มีสาระอะไรที่เป็นประโยชน์แก่สังคมเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังก่อโทษแก่สังคมเพราะไปทำอะไรบ้าๆแบบนี้ โสกราตีสกล่าวแก่สเตร็ปซีอาเดส (ชื่อเรียกยากมาก ต่อจะเรียกสั้นๆว่า “นายสะเต๊ป” เขาเป็นพ่อของ “ฟิดิปปิดีส” ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ฟิดิป” และอยากมาเรียนวิชากับโสกราตีสเพื่อจะได้ชนะคดีความกับบรรดาเจ้าหนี้) ว่าซุสไม่มีอยู่จริง คำกล่าวนี้ช็อคความรู้สึกคนกรีกเป็นอย่างมาก มันเหมือนกับคนไทยพูดว่า “พระพุทธเจ้าไม่มีจริง” หรือ “สวรรค์ นรก นิพพาน ไม่มีจริง” และสะเต๊ปก็เชื่อตามนี้ ผลก็คือถูกลูกชายคือฟีดิปไล่ออกจากบ้าน เพราะในเมื่อพ่อยังไม่เคารพซุสซึ่งเป็นประธานแห่งเทพทั้งปวงแล้ว จะให้ลูกคือฟีดิปยังเคารพพ่อตัวเองอยู่ได้อย่างไร สิ่งที่อริสโตเฟสีนต้องการจะบอกก็คือว่า การไม่เคารพเชื่อฟังเทพเจ้า ซึ่งก็คือการไม่เคารพเชื่อฟังประเพณีดั้งเดิมที่เชื่อและทำตามสืบๆกันมา มีแต่จะยังผลร้ายมาให้ และผลร้ายนั้นก็ปรากฏตัวออกมาเป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง ก็คือสะเต๊ปไปเผาสำนักของโสกราตีสเสียราบ โสกราตีสกับบรรดาสานุศิษย์วิ่งหนีออกมาแทบไม่ทัน (ซึ่งก็เป็นฉากตลกสุดท้ายของเรื่อง ก่อนละครจะปิดฉากลง) เราก็มองได้ว่าอริสโตเฟนีสต้องการจะสื่อว่า  ผลร้ายที่เกิดแก่โสกราตีสก็มาจากการที่เขาทำอะไรแปลกๆ บ้าๆบอ และที่สำคัญคือปฏิเสธเทพเจ้าเช่นซุส การปฏิเสธเทพเจ้าเป็นการสั่นคลอนระเบียบของโลกและจักรวาล ผู้ทำก็จะต้องรับผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง

ทรรศนะเช่นนี้เป็นทรรศนะแบบอนุรักษ์นิยมเป็นอย่างยิ่ง เราต้องไม่ลืมว่าอริสโตเฟนีสเขียนละครเรื่องนี้มาท่ามกลางสงครามใหญ่ที่เอเธนส์กำลังทำกับสปาร์ตา สงตรามนี้คือ “สงครามเพโลปอนนีเซียน” กินเวลาหลายสิบปี และจบลงด้วยชัยชนะของสปาร์ตา ในช่วงสงครามระเบียบสังคมที่เคยทำให้เอเธนส์กลายมาเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรีก ในยุคก่อนจะเกิดสงคราม ก็กลับเสื่อมถอยลง (อย่างน้อยก็ในสายตาของฝ่ายอนุรักษ์นิยมแบบอริสโตเฟนีส) ระบอบประชาธิปไตยถูกฝ่ายอนุรักษ์มองว่าเป็นเหตุประการหนึ่งที่ทำให้สังคมเสื่อมถอย เพราะเป็นการปกครองโดยคนจำนวนมากที่ไม่มีพื้นฐานการศึกษาดีพอ ไม่ใช่ชนชั้น “ผู้ดี” แบบเดียวกับตัวอริสโตเฟนีสหรือเพลโตผู้เป็นศิษย์ของโสกราตีส อย่างไรก็ตาม จริงๆแล้วโสกราตีสเองก็อยู่ฝ่ายเดียวกับอริสโตเฟนีส คือเป็นอนุรักษ์นิยม และเกลียดชังฝ่ายโซฟิสท์ แต่เนื่องจากอริสโตเฟนีสไม่ใช่นักปรัชญา เขาก็เลยมองเหมารวมเอาโสกราตีสว่าเป็นหนึ่งในบรรดาหัวโจกของโซฟิสท์ไปด้วย

ประเด็นของอริสโตเฟนีสถ้าจะสรุปสั้นๆก็คือว่า “คุณอย่าไปยุ่งวุ่นวายกับระเบียบเดิมๆเลย มันดีอยู่แล้ว ไปยุ่งเข้ามันจะก่อผลร้ายอย่างที่เกิดแก่โสกราตีสในละคร” นี่เป็นทรรศนะแบบอนุรักษ์นิยมเต็มๆ ถ้ามาอยู่ในบริบทสังคมไทยปัจจุบัน ก็จะออกมาแนวว่า อย่าไปเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ที่เป็นอยู่นี้ดีอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงทำให้ศีลธรรมเสื่อมถอย ผู้จะมาเปลี่ยนก็เป็นผู้เสื่อมถอยทางศีลธรรมด้วย สังคมไทยปัจจุบันก็ยังมีหลายคนคิดแบบนี้อยู่ และที่ตรงกันอีกก็คือ เป็นฝ่ายที่ไม่ค่อยจะไว้ใจการปกครองแบบประชาธิปไตยเท่าไหร่ด้วย เหตุผลก็คล้ายๆกับของอริสโตเฟนีสเหมือนกัน

**

ก่อนจบก็มีคลิปวิดีโอสั้นๆมาให้ดู เป็นคลิปจากการจัดแสดงละครเรื่องนี้ในไซปรัส เอาเฉพาะส่วนที่คอรัสร้องเพลงมา บังเอิญว่าทั้งหมดเป็นภาษากรีก แต่เราก็ฟังเพลงได้🙂

 

2 thoughts on “ปรัชญาใน “เมฆ” ของอริสโตเฟนีส

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s