คู่มือการเขียนรายงาน

พวกเราอาจคิดกันว่า การเขียนรายงานหรือบทความนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คิดกันว่าทำกันเป็นแล้ว แต่จริงๆเท่าที่ประสบมาจากการสอนนิสิตปรัชญาทั้ง ป. โท กับ ป. เอก  (ป. ตรีไม่นับเพราะยังไม่ได้เรียน) ปรากฏว่ายังไม่ค่อยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเขียนเท่าไหร่เลย ก็เลยคิดว่าจะเขียนโพสนี้เพื่ออภิปรายเรื่องนี้กันต่อ

แล้วพอดีผมไปกับ บล๊อกนี้ เข้า ซึ่งเป็นของชาญชัยที่ตอนนี้กำลังเขียนวิทยานิพนธ์ ป. เอกที่รัฐศาสตร์  และตอนนี้เป็นอาจารย์อยู่มหิดล ก็น่าจะกระตุ้นความสนใจของเราได้พอสมควร

ในสายตาของผม ปัญหาหลักของการเขียนไม่ว่าจะเป็นปรัชญาหรือสังคมศาสตร์ ก็คือความสามารถในการเขียนประโยคเป็นภาษาไทย ชาญชัยยกตัวอย่างเรื่ีองการขโมยความคิดหรือที่เรียกว่า plagiarism ซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญแต่เนื่องจากพูดไปแล้วก็เลยพูดอีกเรื่องซึ่งก็สำคัญไม่แพ้กัน (ขอแนะนำให้ไปอ่านบทความของชาญชัย แล้วมาโพสที่นี่ก็ได้) เหตุที่ผมบอกว่าปัญหาเรื่องภาษาไทยเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ได้อยู่ที่ว่านิสิตของเราสะกดคำผิดๆ ใช้คำผิดประเภท เช่นใช้คำว่า “กับ” แทนที่จะเป็น “แก่” หรืออะไรทำนองนี้ แต่อยู่ลึกกว่านั้นมาก

สิ่งนั้นก็คือว่า นิสิตยังไม่ค่อยรู้ว่าจะเรียบเรียงความคิดอย่างไร เรื่องนี้ผมพบมากับตัวเองบ่อยๆเวลาอ่านวิทยานิพนธ์ของนิสิต ที่น่าสนใจก็คือว่านิสิตคนเดียวกันเวลาเขียนแสดงความคิดเห็นลงในบล๊อก หรือในเว็บฟอรั่ม ปรากฏว่าเขียนได้ดี อ่านรู้เรื่อง เรียบเรียงความคิดได้เรียบร้อย แต่พอมาเขียนวิทยานิพนธ์กลับอ่านไม่รู้เรื่องเลย

เรื่องนี้แสดงว่านิสิตผู้นั้นไม่ใช่ว่า ไม่รู้เรื่องที่ตนเองเขียน เขารู้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่พอเขียนในกรอบของวิทยานิพนธ์ หรือของบทความวิชาการที่ไม่ใช่การแสดงออกด้วยภาษาพูด กลับทำไม่ค่อยจะได้

สิ่งสำคัญในปรัชญาก็คือว่า เรากำลังทำงานกับความคิด ที่เราต้องทำให้ได้คือทำความคิดที่เรากำลังจะสื่อนั้นให้เป็นอะไรที่อยู่ภายในตัวเราเอง (หรืออยู่ภายในใจเราเอง) ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า internalize คือทำให้มันอยู่ข้างใน

สมมติว่าผมต้องการจะสื่อความหมายหัวข้อธรรมหัวข้อหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน เช่นหลักไตรลักษณ์ การไม่เอาไปอยู่ข้างในก็หมายความว่า เราแค่ “ตัดแปะ” เอาข้อความในพระไตรปิฎกหรือข้อความจากครูบาอาจารย์รูปอืนๆที่เขียนไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น โดยมิได้เขียนออกมาจากใจของเราเอง หรือของความ “เข้าใจ” ของเราเองว่าเป็นอย่างไร ก็ออกมาในรูปว่า “พระไตรลักษณ์ประกอบด้วย อนิจจังความไม่เที่ยง ทุกขังความทนอยู่ไม่ได้ อนัตตาความไม่เป็นตัวตน” ซึ่งตำรากี่เล่มๆก็พูดแบบนี้ แต่ประเด็นก็คือว่าเราผู้เขียนผู้ถ่ายทอดคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น “เข้าใจ” เรื่องนี้ว่าอย่างไร?

ในทำนองเดียวกัน บางคนอาจพูดว่า “เฮเกลบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นจิต” แค่นี้ก็พูดได้ เพราะตำราประวัติความคิดของเฮเกลมักสรุปไว้อย่างนี้ แต่จริงๆแล้วที่เฮเกลบอกว่าทุกอย่างเป็นจิตนั้น มันหมายความว่าอย่างไร จะตอบอย่างนี้บางคนก็ไป quote ตำรามาอีก โดยก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตนเองเข้าใจว่าอย่างไร?

ไม่รู้คิดกันว่ายังไงบ้าง??

2 thoughts on “คู่มือการเขียนรายงาน

  1. ขอบคุณครับ อาจารย์โสรัจจ์ ที่ link ถึง blog ของผม อยากฟังความเห็นและคำชี้แนะเพิ่มเติมว่าืคู่มือฯที่ผมเขียนขึ้น ควรจะปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างไรเช่นกันนะครับ

    ส่วนที่อาจารย์เขียนข้างบนน้ ผมเห็นด้วย เรื่อง Internalize นี้ โดยปกติ ผมเข้าใจว่าเป็นการสามารถเขียนหรือพูดถึงสาระสำคัญในความคิด/ข้อเขียนของคนอื่นได้โดยใช้คำพูด/ภาษาของตัวเอง (ผมมักจะบอกน้องๆหรือนักศึกษาว่าให้ “write by your own words”) ครับ ถ้าเรายังพูดหรือเขียนเป็นภาษาของเราเองไม่ได้ แสดงว่าเรายังไม่เข้าใจมากเพียงพอ ถ้าเราพูด/เขียนอภิปรายได้เป็นคุ้งเป็นแคว ประยุกต์ใช้ได้กับกรณีต่างๆนานา แสดงว่าเราเข้าใจเรื่องนั้นๆได้แตกฉานครับ ดังนั้น ระดับความแจ่มชัดในการพูด/เขียนงานของคนอื่นด้วยภาษาของเราเอง จึงเป็นตัวบ่งบอกระดับความเข้าใจของเราต่องานชิ้นนั้นๆครับ

    ส่วนประเด็นที่อาจารย์ยกตัวอย่างนิสิตที่มีปัญหาการใช้ภาษาวิชาการ กับภาษาพูดนั้น ผมเห็นว่า อาจเป็นไปได้ 2 แบบ คือ

    (1) เขายังไม่คุ้นชินเพียงพอที่จะสามารถสื่อสารออกมาด้วยภาษาเขียนแบบวิชาการได้ ในขณะที่คุ้นชินกับภาษาพูดมากกว่า

    (2) ภาษาวิชาการ อาจจะแข็งเกร็ง อยู่ในขนบของตนเองมากเกินไป จนนิสิตไม่สามารถทำให้ตนเองคุ้นชินได้ครับ

    ชาญชัย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s