Sorites เกี่ยวกับสี

นอกจากปัญหาเกี่ยวกับจำนวนมากจำนวนน้อย หรืออะไรเป็นกอง หรือเมื่อไหร่จะเรียกได้ว่าหัวล้านแล้ว ก็ยังมีปริศนาที่น่าสนใจมากๆ อีกอย่างหนึ่ง เราทุกคนคงเคยเรียนเกี่ยวกับ spectrum หรือแถบสีที่เกิดจากคลื่นแสง ทีนี้ลองนึกภาพว่า มีแถบ spectrum อยู่แถบหนึ่งมีความยาวมากพอสมควร สมมติว่าแถบดังกล่าวนี้มีสีแดงอยู่ปลายข้างหนึ่ง และมีสีเหลืองอยู่ที่ปลายอีกข้าง และสีต่างๆที่อยู่ระหว่างปลายสองข้างนี้เป็นแถบสีที่เกิดจากการเพิ่มความถี่คลื่นแสงทีละน้อย เราเคยชินกับ spectrum ที่ข้างหนึ่งเป็นสีแดง อีกข้างเป็นสีม่วง ก็ให้เราคิดว่า เราสนใจเฉพาะส่วนที่สีแดงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และขยาย spectrum นี้ออกมาให้ใหญ่ขึ้น สีแดงจากปลายข้างหนึ่ง จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองที่ละน้อยๆ สมมติว่าเรามีกรอบไม้อยู่หนึ่งกรอบเป็นกรอบแคบๆ พอเอากรอบนี้วางทับลงไปบนแถบสี ก็จะเป็นสีที่อยู่ในกรอบ หน้าที่ของเราคือบอกว่า สีที่อยู่กรอบเป็นสีอะไร

ทีนี้ ลองวางกรอบที่ว่านี้ลงที่จุดใดจุดหนึ่งบนแถบ อาจจะอยู่ชิดทางสีแดงเลยก็ได้ แล้วดูสีที่อยู่ในกรอบ ก็ต้องตอบว่าเป็นสีแดง ต่อไปเลื่อนกรอบออกไปทางปลายอีกข้างหนึ่งเพียงนิดเดียว เช่นหนึ่ง ซม. แล้วดูสีในกรอบ สมมติว่าแถบ spectrum ของเราขยายใหญ่พอสมควร สัก 10 เมตร พอเลื่อนไปทางปลายอีกข้างหนึ่ง ซม. ก็ย่อมยังเป็นสีแดงอยู่ (ลองนึกภาพดู) ทีนี้ เราก็จะมีการอ้างเหตุผลว่า สีที่เห็นในกรอบ ณ จุดเริ่มต้น (ปลายข้างที่เป็นสีแดง) และถ้าสีที่เห็นในกรอบเป็นสีแดง เลื่อนกรอบออกไปหนึ่ง ซม. ก็ยังเป็นสีแดงอยู่

ทีนี้ เลื่อนออกไปที่ละหนึ่ง ซม. ก็ยังเป็นสีแดงอยู่

ปรากฏว่า มาถึงปลายอีกข้าง แต่การอ้างเหตุผลก็ยังเป็นแบบเดิม คือสีที่เห็นในกรอบเป็นสีแดง เลื่อนไปอีกหนึ่ง ซม. ก็ยังเป็นสีแดง

แต่เมื่อมาถึงปลายอีกข้างปรากฏว่าเป็นสีเหลือง

เราจะอธิบายว่าอย่างไร? จะบอกว่าสีเหลืองจริงๆแล้วเป็นสีแดงได้หรือไม่? ก็ฟังดูแปลกๆ เพราะเราทำแบบเดียวกันได้จากปลายข้างที่เป็นสีเหลือง กลับทิศไปยังอีกข้าง ก็จะต้องได้ข้อสรุปว่า สีเหลืองเป็นสีแดง

หรือจะบอกว่าจริงๆแล้วต้องมี “จุดตัด” ที่พอเลยจุดนี้ไปต้องมีการเปลี่ยนสีจากเหลืองไปแดง (หรือแดงไปเหลือง) แต่จะหาจุดที่ว่านี้ได้อย่างไร?

ถ้าเหตุผลทำให้เราสรุปว่า สีเหลืองเป็นสีแดง ผลก็จะเป็นว่า สีอะไรๆก็เป็นสีเดียวกันหมด และในทำนองเดียวกัน คำอะไรต่ออะไรที่ใช้แยกสิ่งต่างๆออกจากกัน (สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งนี้) ก็มั่วไปหมด???

5 thoughts on “Sorites เกี่ยวกับสี

  1. ถ้าบอกว่าสีทุุกสีที่จริงเป็นสีเดียวกัน ไปถามนักวิทยาศาสตร์บางคนก็จะบอกว่า ถูกครึ่งผิดครึ่งครับ ปัญหาก่อนจะถามว่าเราจะเรียกมันอย่างไร คือสีมันมีจริงแค่ไหน

    ปัจจุบันเรารู้แล้ว่าสี ที่ว่าสีนี่จริงๆคือสิ่งที่เรา เห็น ด้วยผัสสะ ซึ่งเป็นการสะท้อนของแสง สีที่เห็นมันคือแสง ซึ่งจริงๆมันมีสีเดียวแต่ตาเราเห็นมันไม่เหมือนกัน ซึ่งคนส่วนใหญ่เห็นสีตรงกัน หรือเกือบจะตรงกันถ้าไม่ได้ตาบอดสี และไม่เทียบกับสิ่งที่สัตว์หรือแมลงเห็นซึ่งมันเห็นสีไม่เหมือนเรา

    สรุปคือเวลาที่บอกว่าสีมันที่จริงก็คือสีเดียวกันถูกครึ่ง เพราะแท้จริงแล้วมันก็คือสีของแสง ซึ่งถ้าจะเรียกเทียบกับสีแดงสีเขียวสีเหลือง นี่ก็คือสีแสง ซึ่งผมไม่อยากเรียกสีขาวเพราะมันไม่ใช่สีขาวอย่างที่เราเข้าใจ แต่จริงๆมันก็คือสีขาว แต่เอาเป็นว่าเรียกว่าสีแสง (ไม่ใช่แสงสี) ซึ่งน่าจะช่วยให้เข้าใจง่ายกว่า

    แต่ที่ผมคิดว่ามันผิดครึ่งเพราะสีที่แท้จริง ซึ่งเรา”เชื่อว่า”เป็นสีที่แท้จริงคือสีแสงนั้นมันก็เรื่องของแสงมัน แต่ที่เราจะพิจารณาจากสเปคตรัมคือ สิ่งที่เราเห็น คือสีเป็นล้านๆสีเลย ซึ่งเป็นความจริงที่ว่าดวงตาของเรา(ถ้าปกติ) ก็จะเห็นสีบนสเปคตรัมเป็นล้านๆสี (มากว่าแดงแสดเหลืองเขียวฟ้าครามม่วง)

    ทีนี้จะตอบปัญหาของอาจารย์ ก็คือผมคิดว่าเพราะสมัยก่อนเราแยกแยะมันน้อยไปครับ เป็นปัญหาของการสร้างคำ มาเรียกไอ้สิ่งที่คล้ายๆกัน ตรงนี้ผมจะเอาเฉพาะภาษาไทยนะครับ เอาทุกเรื่องไม่ใช่แค่เรื่องสี เช่นเรื่องสัตว์ ก่อนจะมีอนุกรมวิธานหรือ taxonomy เราเรียกสัตว์หลายๆอย่างที่คล้ายๆกัน เป็นพวกเดียวกันหมด หมา แมว ปลา ลิง หมี เราเห็นมันยังไงก็ว่าอย่างนั้น เทียบกับหมาที่ไม่ใช่หมา(เช่นหมาแพรี่) ปลาที่ไม่ใช่ปลา(เช่นปลาโลมา) หมีที่ไม่ใช่หมี(เช่นหมีแพนด้า) เป็นต้น จริงอยู่ว่ามีการจำแนกพันธุ์บ้างแต่มันก็ค่อยๆมีตามมา

    ที่ผมเปรียบเทียบนี้ผมก็คิดว่าสีก็เหมือนกัน นั่นคือเราเรียกสีที่คล้ายๆกันแบบรวมๆกันไปก่อน เหมือนที่อาจารย์ถามในห้อง เวลาเราพูดว่า ขาว อะไรคือขาวกันแน่ (เช่นเวลาเรียนปรัชญาเรื่อง Form ของเพลโต) ขาวของกระดาษ ขาวของเก้าอี้ ขาวของเพดาน ขาวของกระดานไวท์บอร์ด ขาวของสมุด ขาวของโต๊ะ เราเรียกมันขาวมันก็ไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับเหลืองหรือแดงตรงนี้

    แถบสเปคตรัมที่มีการไล่สีนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งเรามีคำมาเรียกแถบสีไม่มากพอ ผมเข้าใจว่าประเด็นของอาจารย์คือ ความสับสนของแถบสเปคตรัมซึ่งมันมีสีคนละสีที่อยู่ชิดกัน และถัดกันไปเรื่อยๆ ซึ่งมีปัญหาในการเรียกสีที่อยู่ไล่ๆกันไป ซึ่งดูเผินๆมันเหมือนคนละเรื่องกับที่ผมพูด แต่ผมยังคิดว่ามันเป็นเรื่องเดียวกันอยู่

    คือผมคิดว่าถ้าจะแยกแยะพวกนี้จริงๆ ก็ต้องเรียกเป็นเลขฐาน16ตามมาตรฐาน เหมือนกับเวลาเราจำแนกสัตว์ใน taxonomy น่ะครับ แล้วเราจะไม่เกิดความสับสนกับคำ เพราะแต่ละเฉดสีมันมีค่าเฉพาะตัวอยู่แล้ว(เป็นค่าที่นิยมใช้ในHTMLแต่ค่าของสีที่กำหนดนั้นเกินกว่าทีั่web1.0จะแสดงผลไปแล้ว) เช่นสีFFFFFF สีCCFF00 สี68D9ED สี051C71 ฯลฯ ซึ่งถ้าเรียกแบบนี้เราก็จะไม่สับสันว่าอะไรคือเหลืองคือแดง หรืออย่างน้อยในระดับคำศัพท์ก็มีการคิดคำศัพท์ของกลุ่มสีมาใช้ ที่ต้องเรียกว่ากลุ่มสีเพราะมีสีหลายระดับที่อยู่ในเฉดนี้ โดยจะมี สีที่เป็นมาตรฐานของสีอยู่ในเฉด(หมายถึงมาตรฐานเป็นเลขฐาน16ระบุตำแหน่งของสี) เช่นสีแดง RGB Red คือ FF0000 CMYK Red คือ ED1B23 เฉดอื่นๆก็เช่น Pastel Red, Light Red, Pure Red, Dark Red เป็นต้น(แต่คำศัพท์พวกนี้ถ้ามาใช้กับการเล่น เลื่อนกรอบบนแถบสเปคตรัมอาจจะยังมีปัญหาเมื่อเข้าสู่ช่วงก้ากึ่งหากไม่พึ่งการแยกสี)

    มาตรฐานพวกนี้ยังใช้เวลากำหนดสีที่สำคัญเช่น สีธงชาติ ซึ่งจะกำหนดลงไปเลยว่าเป็นสีแดงไหน เช่นสี0055A4,FFFFFF,EF4135 คือสีที่จะอยู่บนธงชาติฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ไม่ได้มีการพูดว่าธงฝรั่งเศสจะเป็นสีน้ำเงินขาวแดงเหมือนอย่างภาษาพูดธรรมดาซึ่งมันอาจจะฟังดูแปลก

    ค่าเหล่านี้จะรวมกลุ่มกันกำหนดเป็นกลุ่มของสีซึ่งยังพอช่วยให้เราไม่งงเอาสีเหลืองไปแปะแทนสีแดงบนธงชาติฝรั่งเศส หรือแม้แ่ต่การนำสีเหลืองมาแปะแทนสีแดงบนธงชาติไทย(ไม่เกี่ยวกับสีเหลืองสีแดงที่กำลังตีกันตอนนี้นะครับ XP ) ซึ่งการจำแนกโดยละเอียดนี้ยังช่วยให้เราเชื่อได้ด้วยว่า “มันเป็นคนละสี” จริงๆ…

  2. ป.ล. อาจารย์ค้นเจอปัญหานี้เพราะกำลังค้นคว้าเรื่อง Sorites Paradox หรือเปล่าครับ เห็นพักนี้อาจารย์เขียนเรื่อง ปัญหากองทรายเยอะ ^^”

  3. การใช้ตัวเลขแบบที่กายว่ามา ก็เป็นการกำหนด shade ของสี แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ดีว่า คำในภาษาธรรมดาของเราที่ใช้เรียกสีมีเส้นแบ่งตรงไหน แล้วปัญหา sorites จริงๆแล้วเป็นปัญหาทางตรรกวิทยากับปรัชญา ไม่ใช่ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ตัวปัญหาอยู่ที่ว่า เรามีคำว่า “สีแดง” คำถามก็คือว่า แค่ไหนเรียกว่า “แดง” นอกจากนี้ก็มีปัญหาทางตรรกวิทยาที่บอกว่า ถ้ามีจุดหนึ่งบน spectrum ที่เป็นสีแดง เริ่มจากจุดนี้ แล้วเลื่อนแถบออกไปเพียงนิดเดียว ก็ย่อมได้ประพจน์ขึ้นมาว่า ถ้าจุด 1 เป็นสีแดง จุด 1+0.005 ก็ย่อมเป็นสีแดง ทีนี้ก็ทำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึง จุดสีเหลือง แต่ตามการอ้างเหตุผล ก็ต้องได้ข้อสรุปว่า จุดนี้เป็นสีแดงอยู่ดี

  4. ผมสนใจเรื่องนี้มานานแล้ว พอดีคิดว่าเราอาจจะสนใจกันด้วย ถ้าสนใจมากๆลองเปิดพวก internet encyclopedia of philosophy แล้วค้นดู…

  5. เทอมนี้ผมเรียนวิชาอภิปรัชญากับอาจารย์กนิษฐ์ ซึ่งอาจารย์ได้ระบุให้อ่านงาน “A Simple View of Colour” ของ John Campbell ซึ่งผมยังไม่ได้อ่าน และคิดว่าอาจจะไม่เกี่ยวกับโพสนี้ เพียงแต่มาเล่าให้ฟัง ผมยังติดตามบล็อคนี้อยู่เสมอนะครับ🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s