เกี่ยวเนื่องจาก “พระอภัยมณี”

สืบเนื่องจากโพสที่แล้วที่ว่าด้วยพระอภัยมณี นักปรัชญาภาษาจะเรียกปัญหานี้ว่า “ปัญหาเรื่องชื่อลอย” เราเรียกชื่อเฉพาะที่ไม่มีเจ้าของชื่อ (เช่น “พระอภัยมณี” หรือ “ขุนช้าง”) ว่า “ชื่อลอย” หรือ empty names ในภาษาอังกฤษ

ในทฤษฎีแบบของรัสเซลหรือเฟรเก ชื่อได้แก่คำย่อจากคำบรรยายเจาะจงตัว เมื่อเป็นเช่นนี้ “พระอภัยมณี” ก็ได้แก่ “พ่อของสินสมุทรกับสุดสาคร” “สามีของนางผีเสื้อสมุทรกับนางเงือก” “พี่ชายคนเดียวของศรีสุวรรณ” ฯลฯ นอกจากนี้ก็มีคำบรรยายเช่น “ตัวละครเอกในนิยายคำกลอนที่ยาวที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น” ซึ่งระบุถึงพระอภัยมณี แต่ไม่ได้อยู่ในบริบทของเนื้อเรื่อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ชื่อ “พระอภัยมณี” ก็มีความหมาย ซึ่งได้แก่คำบรรยายเหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีตัวพระอภัยให้ระบุเลยก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ในทฤษฎีของคริบคี เรื่องนี้มีปัญหา เพราะคริปคีถือว่าวิสามานยนาม มีความหมาย ซึ่งได้แก่ตัวบุคคลหรือวัตถุที่วิสามานยนามนั้นเป็นชื่อของสิ่งนั้น และที่สำคัญก็คือ ต้องสามารถสืบสาวไปหาต้นตออันได้แก่ตัวบุคคลนั้นได้ โดยผ่านทางกระบวนการของการเรียกชื่อ แต่เนื่องจากพระอภัยมณีไม่มีตัวให้เรียกชื่อ ดังนั้นกระบวนการเรียกชื่อนี้จะสืบสาวไปได้ถึงใคร?

ทางออกหนึ่งก็คือ สืบไปถึงตัวนิยายที่เป็นเล่มๆ แต่ปัญหาก็คือว่า พระอภัยมณีไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นเล่มๆ แต่มีคุณสมบัติคือมีสองแขน สองขา รูปงาม เป่าปี่เก่ง ไม่ได้มีคุณสมบัติอย่างที่หนังสือมี เช่น ประกอบด้วยกระดาษเป็นใบๆ พลิกอ่านได้ มีน้ำหมึกเปื้อนอยู่เต้มไปหมด ฯลฯ นอกจากนี้เราก็ไม่ได้เรียกหนังสือเล่มนี้ว่า “พระอภัยมณี” แต่เรียกว่าตัวละครเอกในหนังสือนี้คือ “พระอภัยมณี” ต่างหาก

อีกทางออกหนึ่ง ซึ่งนักปรัชญาฝ่ายคริปคีนิยมใช้ ก็คือปฏิเสธว่าชื่ออย่าง “พระอภัยมณี” หรือ “Pegasus” อันเป็นชื่อของม้าบินได้ในเทพนิยายกรีก เป็นชื่อเฉพาะที่แท้จริง แนวคิดก็คือว่า “พระอภัยมณี” หรือ “Pegasus” เป็นส่วนหนึ่งของภาษาที่หน้าตาคล้ายวิสามานยนาม แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ แต่เป็นคำเรียกย่อบางแบบของตัวละครในนิยาย ดังนั้นนักปรัชญาฝ่ายคริปคีจึงยอมรับทฤษฎีแบบคำบรรยาย ในกรณีของชื่อลอย แต่ใช้ทฤษฎีเชิงสาเหตุในกรณีของชื่อไม่ลอย ซึ่งถือว่าเป็นวิสามานยนามที่แท้จริง

ดังนั้น ประพจน์เช่น “Pegasus เป็นม้าบินได้” จึงถูกวิเคราะห์ตามทฤษฎีเชิงสาเหตุแบบของคริปคีได้ดังนี้

ในเทพนิยายกรีก มีความเชื่อและเรื่องราวเกี่ยวกับม้าบินได้ตัวหนึ่ง มีชื่อว่า Pegasus ตามเรื่องที่แล่ากันนี้ ม้าตัวนี้บินได้

ดังนั้น “Pegasus” จึงไม่ได้ระบุถึง Pegasus แต่ระบุถึงกลุ่มของข้อความที่พูดถึง Pegasus ในเทพนิยายกรีกเท่านั้น

Pegasus

Pegasus

2 thoughts on “เกี่ยวเนื่องจาก “พระอภัยมณี”

  1. ตามโลกที่เราเข้าใจปัจจุบัน เคยมีสุนทรภู่ แต่ไม่เคยมีพระอภัยมณี

    หากเคยมีโลกที่เป็นไปได้ที่จะมีพระอภัยมณี จะเชื่อมโยงโลกนั้นอย่างไรก็ไม่ทำให้เราเชื่อได้ว่าเรื่องเล่าของสุนทรภู่เป็นจริง เพราะไม่เคยมีพระอภัยในโลกนี้ ที่มีเรื่องราวอย่างที่ท่านเล่า

    เราอนุมานว่า คนไทยทุกคนรับรู้ว่า เรื่องพระอภัยเป็นเรื่องโกหก แม้อาจจะมีเค้าความจริงบ้าง

    สมมุติว่านักประวัติศาสตร์ไล่ตามหลักฐาน จนพบว่ามีคนชื่ออุศเรน นางละเวง มีลักษณะและประวัติชีวิตตรงตามท้องเรื่องพระอภัยมณีทุกประการ แต่เมื่อประมวลแล้ว ก็พบว่า มีข้อมูลขัดแย้งกับตัวเรื่องที่สุนทรภู่เขียนไว้

    ในที่สุดก็ต้องยอมรับอยู่ดี ว่าเรื่องพระอภัยมณี เป็นเท็จ
    เพราะมีตัวเชื่อม “และ” อยู่เต็มไปหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

    ดังนั้นการกล่าวว่าไม่มีพระอภัยมณี อาศัย account คือเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระอภัยมณีนั่นเอง ขัดแย้งกันเอง และมีหลายส่วนขัดแย้งกับโลกจริง

    สมมุติว่าเรื่องพระอภัยมณีเป็น documentary และสุนทรภู่เคยพบ “ตาโป๋” ซึ่งเป่าปี่เก่ง และมีเมียดุ อาจพอรับได้ว่า ตาโป๋มีอีกชื่อหนึ่งว่าพระอภัยมณี

    แต่การเล่าเรื่องของสุนทรภู่ มีการปรุงแต่งด้วยแฟนตาซีจนเป็นเท็จ ที่สุดจึงต้องกล่าวว่าพระอภัยมณี ไม่มี

    เรื่องแฟนตาซีดีตรงนี้ คือมีจุดเด่นมากมาย ให้เด็กจับเท็จได้ ทีละน้อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เด็กจึงโตเป็นผู้ใหญ่ได้จริงๆ

    *****

    ผมเห็นคล้อยตามว่า ตัวชี้แข็งมีปัญหา เมื่อนำมาใช้กับ “เรื่องเล่า” เช่นม้ามีปีก และพระอภัยมณี

    สมมุติว่า มีนักประวัติศาสตร์เก่งมากสองคน ชื่อนายเพชร กับนายยอง
    สองคนนี้อ่านพระอภัยมณีฉบับหอสมุดฯ เล่มเดียวกัน จนแตกฉานทั้งคู่
    มีเรื่องราวของพระอภัยมณีอยู่ในหัวแน่นอน

    แต่นายเพชร เชื่อว่าสุนทรภู่เกิดที่เพชรบุรี
    ส่วนนายยอง เชื่อว่าสุนทรภู่ เกิดที่ระยอง
    หนังสือเล่มที่อ่าน เป็นเรื่องเดียวกัน
    แต่ความคิดความเชื่อต่างกัน

    พระอภัยมณีในหัวของทั้งสองคนนั้น ในฐานะ “เรื่องเล่า”
    เป็นพระอภัยมณีคนเดียวกันหรือไม่

    การผจญภัยในเรื่อง ที่ทะเลประกอบด้วย H2O และ NaCl อย่างเดียวกัน “น่าจะแตกต่างกัน”

    ผมว่าพระอภัยมณีของท่านทั้งสอง เป็นตัวละครคนละตัว

    แม้จะ refer ถึงหนังสือเล่มเดียวกัน

    เพราะสุนทรภู่คนที่เขียน เป็นคนละคน เกิดคนละเมือง มีความเชื่อ ความปรารถนาต่างกัน

    ทั้งๆที่เขียนหนังสือออกมาเหมือนกันทุกประการครับ

  2. ถ้ามีนักประวัติศาสตร์แบบที่ว่า ก็จะต้องมีทรรศนะที่ขัดแย้งกัน และประวัติศาสตร์นั้นไม่เหมือนกับปรัชญา เพราะทนต่อความข้ดแย้งไม่ได้มากเหมือนกับปรัชญา กล่าวคือ หากมีทรรศนะที่ขัดแย้งกันทางประวัติศาสตร์ เช่น สุนทรภู่เกิดจังหวัดไหน นักประวัติศาสตร์จะเชื่อว่า จะต้องมีความจริงเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และนักประวัติศาสตร์สองคนนี้ต้องมีคนหนึ่งผิด หรือไม่ก็ผิดทั้งคู่ (คือสุนทรภู่จริงๆแล้วเกิดที่กรุงเทพฯ เป็นต้น)

    แต่อย่างไรก็ตาม การกล่าวว่าในกรณีแบบนี้ พระอภัยเป็นคนละคนกันออกจะหาเหตุผลสนับสนุนได้ยาก เพราะประการแรก ไม่มีพระอภัยอยู่ จึงบอกไม่ได้ว่ามีหนึ่งคนหรือสองคน (เพราะไม่มีสักหนึ่งคน) ประการที่สอง ตัวตนหรือ “อัตลักษณ์” ของพระอภัย ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับว่า สุนทรภู่จะต้องเกิดจังหวัดอะไร แต่น่าจะขึ้นกับเนื้อหาของเรื่องมากกว่า ดังนั้นเนื่องจาก text ของเรื่อง “พระอภัยมณี” เป็น text เดียวกัน แม้ว่าอาจจะมีการถกเถียงทางข้อเท็จจริงประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับแดนเกิดของสุนทรภู่ก็ตาม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s