Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘meaning’

วิดิโอจากยูทูบนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักปรัชญาชาวอเมริกันคนสำคัญที่สุดคนหนึ่ง ได้แก่ Willard van Orman Quine เราเขียนชื่อภาษาไทยของเขาว่า “ไควน์” ซึ่งทำให้ชื่อของเขาเสียงคล้ายๆกับสัตว์ที่คนไทยรู้จัก ที่เอาไว้ใช้ไถนา

Read Full Post »

จากเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพระคำภีร์ เมื่อพ่อโมเสส ถามกับพระผู้เป็นเจ้าว่า นามของท่านคืออะไร พระเจ้าตอบกลับมาเป็นสำเนียงที่ไม่สามารถออกเสียงแบบมนุษย์ได้ (YHWH หรือ YHVH) ตรงนี้ผมอยากจะคุยถึงความหมายของมันเกี่ยวกับ วิธีทางภาษา และตรรกะที่พระเจ้าใช้กล่าวถึงนามของตัวเอง ตรงนี้มีคำแปลหลายอย่างที่ใช้อ้างอิง ทั้งในภาษาอียิปต์ ฮีบรู อาราเมค และอาราบิค
ความหมายกลุ่มแรกที่ผมจะพูดถึงคือคำที่อ้างอิงถึงความหมายของนามแห่งพระผู้ เป็นเจ้าว่า
“ฉันชื่อว่าฉัน” หรือ “ฉันคือฉันเอง” (I am I, I am that I, I am that I am, I am what I am, I am the I am) ซึ่งเป็นนามแทนตัวสำหรับให้มนุษย์เรียกทุกครั้งที่เอ่ยนามของพระเจ้า
ความหมายกลุ่มที่สองที่จะพูดถึงคล้ายกับความหมายแรก แต่มองดูดีๆอาจจัดเป็นคนละอยา่งได้คือ
“ฉันชื่อว่า ฉันเป็น” หรือ “ฉันคือเป็นอยู่” (I am am, I am being)
ซึ่งสิ่งนี้สำหรับคนที่เชื่อในพระเจ้าแน่นอนว่ามันคือความจริงแท้ปฏิเสธไม่ ได้ประการหนึ่ง (อนึ่งแปลกดีที่ “ชื่อ” [...]

Read Full Post »

ในช่วงแรกแนะนำรายวิชาปรัชญาภาษา ได้มีการพูดคุยเรื่องของการมีความหมายในสิ่งต่างๆเอาไว้ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้
กล่าวคือ การมีความหมายของสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น ต้องอยู่ภายในระบบ ที่สร้างการมีความหมายขึ้นมา เช่น ตัวอักษร A สามารถมีความหมายในฐานะตัวอักษรขึ้นมาได้ ไม่ใช่การขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หรือเป็นรอยขีดที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ก็เนื่องจากตัวอักษรนี้ มีระบบความหมายของตัวอักษรภาษาอังกฤษรองรับอยู่นั่นเอง
และหากตัวอักษรนี้ เกิดจากการไม่เจตนาของลิงมือบอนที่ไม่รู้เรื่องราว แต่เผอิญอย่างที่สุด ที่หลักฐานความอยู่ไม่สุขของลิงกลับกลายมามีความหมายสำหรับเรา เราไม่สามารถเรียกว่า มีความหมายได้เช่นกัน เพราะแม้จะมีระบบรองรับ แต่ความหมายนั้น ผูกโยงอยู่กับเจตนา และการรับรู้ของผู้ที่ “ทำ” สิ่งสื่อความหมายขึ้นมาเช่นกัน
เราจึงพอจะสรุปได้คร่าวๆดังนี้ คือ 1. ความหมายต้องอยู่ภายในโครงสร้างของอะไรบางสิ่ง และโครงสร้างนั้น น่าจะเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน ด้วยว่า ลักษณะของภาษาเอง น่าจะเกิดเพื่อตอบสนองต่อการต้องการสื่อสารระหว่างกัน เป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ ดูเหมือนว่า ความหมายน่าจะเป็นเรื่องของการตกลงใช้ร่วมกัน (เราไม่สามารถสร้างภาษาส่วนตัวขึ้นมาเอง โดยกำหนดโครงสร้างเสียใหม่ และบอกว่ามีความหมายได้) และ 2.ความบังเอิญของการมีความหมาย ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นจะมีความหมาย แม้ลิงจะสามารถพิมพ์เรื่องโรเมโอและจูเลียตได้ แต่บทประพันธ์ชิ้นนี้ก็ต้องถูกนับว่าไม่มีความหมาย เพราะลิงไม่ได้ตั้งใจจะพิมพ์นั่นเอง
ในเมื่อความบังเอิญไม่สามารถถูกนับว่ามีความหมายได้แล้ว เราต้องรวมถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ ก็ไม่สามารถถูกเรียกว่าเป็นความหมายเช่นกัน [...]

Read Full Post »

เรื่องความหมายในแง่ที่เป็นความหมายของสิ่งที่เป็ยอย่างๆ หรือเป็นเฉพาะตัว ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงปรัชญากรีกยุค pre-socratic ซึ่งฟังแล้วอาจจะดูห่างไกลจากปรัชญาภาษาที่เราเรียนกันหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าอยากจะพูดไว้เพราะผมคิดว่านาสนใจดี
ซึ่งมันเกี่ยวกับคำว่า ความหมาย ที่ใช้อธิบายอะไรเป็นอย่างๆ อย่าเช่นในบทที่ 3เกี่ยวกับ Definite Description ซึ่งเป็นคำบรรยายเจาะจงตัว ในด้านที่ใช้ความหมายหลายๆคาวมหมายมาบรรยายสิ่ง 1 สิ่งอาจจะฟังดูไม่ยากเพราะ สิ่ง 1 สิ่งอาจจะมีหลายๆ part ที่เราสามารถชี้ความหมายรวมๆกันเจาะจงไปถึงสิ่งหนึ่งสิ่งได้ ดังเช่นตัวอย่างนิสิตจุฬา ปริญญาโท ภาควิชาปรัชญา จบจากศิลปากรและเป็นผู้หญิง ที่อ.ได้ยกตัวอย่างในคลาสซึ่งเจาะจงไปถึงสิ่งหนึ่งสิ่งเป็นสิ่งเดียวกัน แบบนี้ไม่น่ามีปัญหาเท่าไหร่และไม่น่ายาก
แต่ในอีกทางหนึ่ง คำหนึ่งคำ หรืออาจพูดได้ว่า ความหมาย 1 อย่าง จะมีความหมายบ่งถึงสิ่งหลายสิ่งหรือเปล่า ก่อนอื่นผมจะยกตัวอย่างถึงสิ่งที่ ไม่ใช่แบบที่ผมกำลังจะกล่าว คือถามว่า definite description ทำไมต้องใช้ตั้งหลายความหมาย เช่น 1.นิสิตจุฬา 2.ปริญญาโท(นิตสิตปริญญาโท) 3.ภาควิชาปรัชญา 4.(นิสิต)ที่จบจากศิลปากร เป็นต้น มาบรรยายถึงสิ่ง 1 สิ่ง ถ้าเราพูดแค่ “นิสิตจุฬา” มันทำให้เกิดความสำสนเพราะไม่รู้หมายถึงใคร พูดถึง “นิสิตปริญญาโท” เฉยๆก็ไม่รู้หมายถึงใคร หรืออย่างอื่นๆเช่น [...]

Read Full Post »