สำหรับโชเพนฮาวร์แล้ว เรามีหนทางที่จะหลุดออกจากการครอบงำของเจตจำนงได้ ด้วยการปฏิเสธเจตจำนงนั้นเอง เรื่องนี้ค่อนข้างแปลก เพราะโชเพนฮาวร์ได้แสดงไว้ก่อนแล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างได้แก่เจตจำนง ดังนั้นการปฏิเสธเจตจำนง จึงน่าจะเท่ากับการปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างไปด้วย นั่นคือปฏิเสธทั้งสิ่งที่มีอยู่ภายนอก (ภววิสัย) และภายใน (อัตวิสัย) ทั้งคู่ เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้ละเอียดขึ้น คงต้องยกข้อเขียนของโชเพนฮาวร์มาพิจารณา:
If that veil of Maya, the principium individuationis, is liftted from the eyes of a man to such an extent that he no longer makes the egotistical distinction between his person and that of others, but takes as much interest in [...]
Posts Tagged ‘โชเพนฮาวร์’
โชเพนฮาวร์กับพระพุทธศาสนา (ต่อ)
Posted in Content, แท็ก ญาณวิทยา, ปรัชญา, พระพุทธศาสนา, ศูนยตา, อภิปรัชญา, โชเพนฮาวร์, Buddha, Buddhism, emptiness, Schopenhauer on 29 ธันวาคม 2008 | 2 Comments »
โชเพนฮาวร์กับพระพุทธศาสนา
Posted in Content, แท็ก ปรัชญา, พระพุทธศาสนา, ศูนยตา, อภิปรัชญา, เจตจำนง, เฮเกล, โชเพนฮาวร์, Buddha, Hegel, Schopenhauer on 27 ธันวาคม 2008 | Leave a Comment »
โครงการเกี่ยวกับปรัชญาโดยตรงที่ผมกำลังทำอยู่ในขณะนี้ ได้แก่เขียนบทความเกี่ยวกับปรัชญาของโชเพนฮาวร์เปรียบเทียบกับพระพุทธศาสนา ผมเคยเขียนในโพสก่อนๆหน้าเกี่ยวกับโชเพนฮาวร์นิดหน่อย และในนี้ก็จะพูดเกี่ยวกับโครงการเขียนบทความนี้เล็กน้อย
โชเพนฮาวร์เป็นนักปรัชญาที่น่าสนใจคนหนึ่ง แต่รายวิชาเกี่ยวกับประวัติปรัชญาหรือแม้แต่ปรัชญาเยอรมัน ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเขามากเท่าใดนัก ซึ่งเป็นเรื่องแปลกเนื่องจากความคิดของโชเพนฮาวร์มีอิทธิพลต่อนักคิดนักปรัชญาสมัยต่อมาอีกมาก เช่นนิทเช่ หรือฟรอยด์ รวมทั้งวิตเกนสไตน์อีกด้วย
ความคิดของโชเพนฮาวร์เป็นระบบมาก และรวมอยู่ในหนังสือเล่มเดียว ทำให้การเศึกษาความคิดของเขาค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบกับนักปรัชญาเยอรมันคนอื่นๆโดยเฉพาะเฮเกล มีเรื่องเล่าว่า โชเพนฮาวร์เกลียดเฮเกลอย่างหนัก และเมื่อสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินด้วยกัน โชเพนฮาวร์ตั้งใจจัดเวลาเลคเชอร์ของตัวเองให้ตรงกับของเฮเกล ซึ่งคงจะเป็นเพราะต้องการจะดึงนักศึกษาออกมาจากห้องของเฮเกล แต่ปรากฏว่านักศึกษาปรัชญาเกือบทั้งหมดเลือกไปฟังบรรยายของเฮเกลแทน ซึ่งก็อาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้โชเพนฮาวร์มีทัศนะค่อนข้างจะเป็น “ทุนิยม” หรือ pessimist มากขึ้น
ซึ่งก็ตรงกับปรัชญาของเขาเองตามที่เข้าใจกันทั่วไป โชเพนฮาวร์ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากปรัชญาอินเดีย ซึ่งในขณะนั้นเริ่มมีการแปลออกมาเป็นภาษายุโรป เขาได้อ้างอิงแหล่งที่มาของความคิดเกี่ยวกับปรัชญาอินเดียอย่างชัดเจนในงานของเขา คือ Die Welt als Wille und Vorstellung หรือแปลเป็นไทยได้ว่า “โลกในฐานะที่เป็นเจตจำนงกับที่เป็นภาพแทน” (ชาว “บริสุทธิ์นิยม” (purist) เกี่ยวกับภาษาไทยจะบอกว่าการแปลนี้ฟังไม่รื่นหู ซึ่งก็ถูกต้องเพราะผมไม่ต้องการให้รื่นหู แต่ต้องการให้แปลตรงความหมาย – เรื่องนี้ก็น่าจะพูดให้ละเอียดในอีกโพสหนึ่งต่อจากนี้) โดยโชเพนฮาวร์บอกว่า ความคิดของเขาที่เสนอในหนังสือเล่มนี้ คือการที่โลกเป็นทั้งเจตจำนงและเป็นภาพแทน ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นอะไรที่มีพูดในปรัชญาอินเดียก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ปรัชญาของยุโรปตามความเห็นของเขา ไม่ได้มองเห็นความจริงข้อนี้
เราจะพูดเกี่ยวกับเรื่องโลกเป็น “ภาพแทน” ก่อน คำนี้ตรงกับภาษาเยอรมันว่า “Vorstellung” [...]
ภาษากับการทำความเข้าใจงานปรัชญา
Posted in Content, แท็ก Arthur Schopenhauer, การทำความเข้าใจ, การอ่านปรัชญา, ปรัชญา, ภาษา, โชเพนฮาวร์ on 11 พฤศจิกายน 2008 | Leave a Comment »
โพสนี้เกิดจากการสนทนากันระหว่างผมกับ kappathai (เปี๊ยก) เกี่ยวกับความสำคัญของความรู้ทางภาษากับการอ่านงานทางปรัชญา ผมเขียนไปว่าในการอ่านปรัชญานั้น ความรู้ทางภาษาไม่สำคัญมากเท่ากับความรู้ในเนื้อหาในเรื่องที่จะอ่าน ซึ่งถ้ามีความรู้อย่างหลังแล้ว แม้จะมีความรู้อย่างแรกไม่มาก ก็สามารถอ่านงานเข้าใจพอสมควร ดีกว่าคนที่มีความรู้ทางภาษาดี แต่ไม่ค่อยรู้ปรัชญา ซึ่งจะอ่านงานปรัชญาได้ลำบากกว่า
ทีนี้ปัญหาที่เปี๊ยกสนใจก็คือว่า คนที่ความรู้ทางภาษา (ภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด) ไม่ค่อยดีมาก แม้จะรู้เนื้อหาปรัชญามาพอสมควรเนื่องจากเคยเรียนมา หรือ ฯลฯ แต่ก็อ่านงานปรัชญาไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่ดี หรือไม่เช่นนั้น ก็อ่านแล้วจับใจความไม่ได้ พออ่านตรงนี้ ก็ลืมที่เพิ่งอ่านมา ทำให้ไม่สามารถย่อความหรือสรุปประเด็นสำคัญของเรื่องที่อ่านได้
อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะกับผู้เรียนคนไทย ที่ไม่ค่อยมีทักษะในการอ่านแบบเก็บใจความหรือสรุปความ ผมเชื่อว่าที่มาของปัญหานี้มาจากว่า คนอ่านยังไม่ค่อยได้รับการฝึกฝนให้ทำงานแบบนี้ ผมนึกถึงรูปแบบการเรียนในมหาวิทยาลัยไทยทั่วๆไป ซึ่งมักเน้นการฟังคนสอน แล้วจด lecture ทำให้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไหร่ เมื่อมาเรียนแบบที่ต้องอ่าน ก็เลยกลัวว่าอ่านไม่รู้เรื่อง ทำให้สนใจรายละเอียดเป็นจำนวนมาก บางคนเปิดดิกทุกประโยค ใช้ความพยายามอย่างมากมาย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปการเรียนปรัชญาไม่สามารถก้าวหน้าไปไหนได้แน่ๆ แล้วเราจะทำอย่างไร?
ผมกำลังวิเคราะห์ประเด็นของเปี๊ยก แล้วก็ยังเชื่อว่า ยังไงๆการมีพื้นความรู้ทางปรัชญาเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นตัวอย่างขอให้เราลองมาดู passage ของนักปรัชญาคนสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ แล้วลองอ่านงานของเขาแบบที่เราอ่านกันเพื่อเตรียมเรียนปรัชญา:
I. ” THE world is my idea : ” this is [...]
