ตอนนี้ผมขอพูดเรื่องใหม่ที่อาจไม่เกี่ยวกับปรัชญาภาษาโดยตรง อันที่จริงดนตรีกับปรัชญามีความสัมพันธืกันมาเนิ่นนาน และก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆในปรัชญา คือเราเริ่มที่พวกกรีก เป็นที่รู้กันว่าไพธากอรัสเป็นนักปรัชญาที่มีทรรศนะว่า สิ่งจริงแท้นั้นได้แก่ “ความกลมกลืนกัน” หรือ harmony ตำราบางเล่มอาจจะบอกว่า สิ่งจริงแท้สำหรับไพธากอรัสได้แก่จำนวนหรือสัดส่วน ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นสิ่งเดียวกันกับความกลมกลืน เพราะความกลมกลืนกันนี้ก็เป็นสัดส่วนของจำนวนนั่นเอง
เรื่องนี้เป็นเรื่องค่อนข้างเทคนิค ถ้าเราไม่ได้มีพื้นฐานทางดนตรี แนวคิดหลักๆก็คือว่า สัดส่วนของความกลมกลืนกันพื้นฐานทางดนตรีนั้น เป็นสัดส่วนความกลมกลืนกันพื้นฐานของสรรพสิ่งด้วย ตัวอย่างก็คือ คลื่นเสียงที่แตกต่างกันหนึ่ง octave (สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นดนตรี เสียงที่ต่างกันหนื่ง octave หรือหนึ่ง “คู่แปด” ได้แก่เสียงที่มีชื่อแบบเดียวกัน แต่มีความสูงต่ำต่างกัน ผมอธิบายได้แค่นี้ ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ ต้องถามคนเล่นดนตรีเป็น) นั้น จะมีความถี่คลื่นเสียงต่างกัน 2 เท่าพอดี กล่าวคือ หากเสียงหนึ่งมีความถี่ที่ n Hz (ตัวอย่างคือ เสียง A ที่ใช้เทียบเสียงวงออเคสตรา มีความถี่ 440 Hz) เสียงที่สูงขึ้นไปอีกหนึ่ง octave จะมีความถี่ 2n และเสียงที่สูงขึ้นไปอีกหนึ่ง octave ก็จะมีความถี่ 4n ไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ [...]
Posts Tagged ‘อภิปรัชญา’
ดนตรีกับปรัชญา
Posted in Content, แท็ก ความรู้สึก, ความหมาย, ความเศร้า, ดนตรี, ปรัชญา, สุนทรียศาสตร์, อภิปรัชญา, อารมณ์ on 21 มกราคม 2009 | 16 Comments »
โชเพนฮาวร์กับพระพุทธศาสนา (ต่อ)
Posted in Content, แท็ก ญาณวิทยา, ปรัชญา, พระพุทธศาสนา, ศูนยตา, อภิปรัชญา, โชเพนฮาวร์, Buddha, Buddhism, emptiness, Schopenhauer on 29 ธันวาคม 2008 | 2 Comments »
สำหรับโชเพนฮาวร์แล้ว เรามีหนทางที่จะหลุดออกจากการครอบงำของเจตจำนงได้ ด้วยการปฏิเสธเจตจำนงนั้นเอง เรื่องนี้ค่อนข้างแปลก เพราะโชเพนฮาวร์ได้แสดงไว้ก่อนแล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างได้แก่เจตจำนง ดังนั้นการปฏิเสธเจตจำนง จึงน่าจะเท่ากับการปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างไปด้วย นั่นคือปฏิเสธทั้งสิ่งที่มีอยู่ภายนอก (ภววิสัย) และภายใน (อัตวิสัย) ทั้งคู่ เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้ละเอียดขึ้น คงต้องยกข้อเขียนของโชเพนฮาวร์มาพิจารณา:
If that veil of Maya, the principium individuationis, is liftted from the eyes of a man to such an extent that he no longer makes the egotistical distinction between his person and that of others, but takes as much interest in [...]
โชเพนฮาวร์กับพระพุทธศาสนา
Posted in Content, แท็ก ปรัชญา, พระพุทธศาสนา, ศูนยตา, อภิปรัชญา, เจตจำนง, เฮเกล, โชเพนฮาวร์, Buddha, Hegel, Schopenhauer on 27 ธันวาคม 2008 | Leave a Comment »
โครงการเกี่ยวกับปรัชญาโดยตรงที่ผมกำลังทำอยู่ในขณะนี้ ได้แก่เขียนบทความเกี่ยวกับปรัชญาของโชเพนฮาวร์เปรียบเทียบกับพระพุทธศาสนา ผมเคยเขียนในโพสก่อนๆหน้าเกี่ยวกับโชเพนฮาวร์นิดหน่อย และในนี้ก็จะพูดเกี่ยวกับโครงการเขียนบทความนี้เล็กน้อย
โชเพนฮาวร์เป็นนักปรัชญาที่น่าสนใจคนหนึ่ง แต่รายวิชาเกี่ยวกับประวัติปรัชญาหรือแม้แต่ปรัชญาเยอรมัน ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเขามากเท่าใดนัก ซึ่งเป็นเรื่องแปลกเนื่องจากความคิดของโชเพนฮาวร์มีอิทธิพลต่อนักคิดนักปรัชญาสมัยต่อมาอีกมาก เช่นนิทเช่ หรือฟรอยด์ รวมทั้งวิตเกนสไตน์อีกด้วย
ความคิดของโชเพนฮาวร์เป็นระบบมาก และรวมอยู่ในหนังสือเล่มเดียว ทำให้การเศึกษาความคิดของเขาค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบกับนักปรัชญาเยอรมันคนอื่นๆโดยเฉพาะเฮเกล มีเรื่องเล่าว่า โชเพนฮาวร์เกลียดเฮเกลอย่างหนัก และเมื่อสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินด้วยกัน โชเพนฮาวร์ตั้งใจจัดเวลาเลคเชอร์ของตัวเองให้ตรงกับของเฮเกล ซึ่งคงจะเป็นเพราะต้องการจะดึงนักศึกษาออกมาจากห้องของเฮเกล แต่ปรากฏว่านักศึกษาปรัชญาเกือบทั้งหมดเลือกไปฟังบรรยายของเฮเกลแทน ซึ่งก็อาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้โชเพนฮาวร์มีทัศนะค่อนข้างจะเป็น “ทุนิยม” หรือ pessimist มากขึ้น
ซึ่งก็ตรงกับปรัชญาของเขาเองตามที่เข้าใจกันทั่วไป โชเพนฮาวร์ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากปรัชญาอินเดีย ซึ่งในขณะนั้นเริ่มมีการแปลออกมาเป็นภาษายุโรป เขาได้อ้างอิงแหล่งที่มาของความคิดเกี่ยวกับปรัชญาอินเดียอย่างชัดเจนในงานของเขา คือ Die Welt als Wille und Vorstellung หรือแปลเป็นไทยได้ว่า “โลกในฐานะที่เป็นเจตจำนงกับที่เป็นภาพแทน” (ชาว “บริสุทธิ์นิยม” (purist) เกี่ยวกับภาษาไทยจะบอกว่าการแปลนี้ฟังไม่รื่นหู ซึ่งก็ถูกต้องเพราะผมไม่ต้องการให้รื่นหู แต่ต้องการให้แปลตรงความหมาย – เรื่องนี้ก็น่าจะพูดให้ละเอียดในอีกโพสหนึ่งต่อจากนี้) โดยโชเพนฮาวร์บอกว่า ความคิดของเขาที่เสนอในหนังสือเล่มนี้ คือการที่โลกเป็นทั้งเจตจำนงและเป็นภาพแทน ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นอะไรที่มีพูดในปรัชญาอินเดียก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ปรัชญาของยุโรปตามความเห็นของเขา ไม่ได้มองเห็นความจริงข้อนี้
เราจะพูดเกี่ยวกับเรื่องโลกเป็น “ภาพแทน” ก่อน คำนี้ตรงกับภาษาเยอรมันว่า “Vorstellung” [...]
ความเงียบกับอภิปรัชญา
Posted in Content, แท็ก ความหมาย, ความเงียบ, ปรัชญา, ภาษา, วิตเกนสไตน์, วิทยาศาสตร์, อภิปรัชญา on 8 ธันวาคม 2008 | 3 Comments »
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาสนใจปรัชญา “อภิปรัชญา” หรือ metaphysics เป็นแขนงหนึ่งของปรัชญาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นจริง ทีนีคำว่า “ความเป็นจริง” ก็ตรงกับภาษาอังกฤษว่า reality หมายถึงสิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่ อภิปรัชญาต่างจากวิทยาศาสตร์ตรงที่ แม้ทั้งคู่จะอ้างว่าศึกษาความเป็นจริงเหมือนกัน แต่อภิปรัชญากว้างกว่ามาก เพราะเป็นการศึกษาไปที่ตัวมโนทัศน์หลักๆที่เราใช้ในการทำความเข้าใจความเป็นจริง ในขณะที่วิทยาศาสตร์จะต้องผ่านกระบวนการที่รู้จักกันว่า “วิธีการทางวิทยาศาสตร์”
ตัวอย่างเช่น ปัญหาว่า สสารประกอบด้วยอะไร เป็นปัญหาวิทยาศาสตร์ เพราะเราสามารถหาความรู้นี้ภายใต้ระบบของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ คำตอบก็ออกมาในทำนองว่า สสารประกอบด้วยอะตอมกับโมเลกุล หรือถ้าลงให้ลึกไปอีกก็ประกอบด้วยอนุภาคพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหัวข้อของวิชาฟิสิกส์ แต่คำถามเดียวกันนี้ก็อาจเป็นคำถามเชิงอภิปรัชญาได้ หากการหาคำตอบเป็นกระบวนการคิดด้วยเหตุผล หรือด้วยการวิเคราะห์ความหมายของมโนทัศน์ ดังนั้น หากตอบคำถามนี้ว่า สสารประกอบด้วยโมนาด โดยคำว่า “โมนาด” เป็นคำในระบบปรัชญาของไลบ์นิซที่หมายถึงส่วนประกอบเล็กย่อยที่สุดของสรรพสิ่ง ซึ่งไม่มีขนาด มีแต่คุณสมบัติ ก็เป็นคำตอบในเชิงอภิปรัชญา วิธีการทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์การมีอยู่หรือไม่มีอยู่ของโมนาดได้ เพราะฐานคิดแตกต่างกัน โมนาดเป็นเรื่องของการใช้เหตุผลล้วนๆ และเป็นผลจากการยอมรับระบบความเป็นจริงระบบหนึ่ง แต่วิทยาศาสตร์ไม่เป็นแบบนั้น
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของอภิปรัชญาก็ได้แก่ภาษา ไลบ์นิซซึ่งเป็นนักอภิปรัชญาคนสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ใช้วิธีการวิเคราะห์ความหมายและเหตุผลล้วนๆในการเสนอความคิดทางอภิปรัชญา เนื่องจากภาษาที่จะใช้สื่อความเข้าใจได้ ต้องอยู่ในรูปประโยค (เพราะว่าหากเป็นวลีเฉยๆ เช่น “ข้าวจานนี้” ก็ไม่รู้ว่าพูดถึงข้าวจานนี้ว่าอย่างไร) ดังนั้นอภิปรัชญาจึงมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับรูปประโยค นักตรรกวิทยาจะเรียกรูปประโยคนี้ว่า “ประพจน์” ซึ่งเราก็เคยเรียนเรื่องนี้กันมาแล้ว
เมื่ออภิปรัชญาเกี่ยวกับข้องกับภาษาเช่นนี้ ผลที่ตามมาก็คือว่า ความเป็นจริงเอง [...]
ความเงียบของพระพุทธเจ้า
Posted in Content, แท็ก ความหมาย, ตัวตน, ปรัชญา, พระพุทธศาสนา, พระพุทธเจ้า, ภาษา, อนัตตา, อภิปรัชญา, อัตตา on 1 ธันวาคม 2008 | Leave a Comment »
ผมติดอยู่ที่สวีเดนนี้ ทำให้มีเวลาไตร่ตรองใคร่ครวญอะไรหลายอย่าง ภารกิจในการสอนของผมหมดแล้ว ตอนนี้ก้มีแต่ตรวจ paper ของนักศึกษา ซึ่งคงใช้เวลาไม่นานมากนัก ต่อจากนั้นก็ว่าง
เวลาว่างๆเช่นนี้ก็เหมาะ สำหรับการเขียนบล๊อก ผมไปพบกับพระสูตรบทหนึ่งในพระไตรปิฏก คือ “อานันทสูตร” ความจริงอานันทสูตรมีหลายบท แต่บทนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นการแสดง “ดุษณี” หรือ “ความเงียบ” ของพระพุทธเจ้า ประเด็นเรื่องความเงียบก็ย่อมเป็นประเด็นทางปรัชญาภาษาด้วยแน่นอน เพราะการที่พระพุทธเจ้าทรงเงียบไม่ตอบคำถาม ก็ย่อมมีความหมาย พอเป็นเรื่องของความหมาย ก็ย่อมเป็นเรื่องของปรัชญา
พระสูตรมีเนื้อหาดังนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายก็ยกพระสูตรฉบับภาษาอังกฤษ ที่แปลโดยท่านฐานิสสโรภิกขุ เพราะฉบับภาษาไทยที่อยู่ในเว็บพระไตรปิฎกเช่น http://84000.org/ อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษรู้เรื่องมากกว่า (แต่ใครที่ยังเทียบกับฉบับภาษาไทยก็ดูได้ ที่นี่):
Then the wanderer Vacchagotta went to the Blessed One and, on arrival, exchanged courteous greetings with him. After an exchange of friendly greetings & [...]
ข้อแนะนำในการอ่านบทความปรัชญา
Posted in Introduction, แท็ก การอ่านปรัชญา, จริยศาสตร์, ญาณวิทยา, ปรัชญา, ปรัชญาภาษา, อภิปรัชญา on 27 ตุลาคม 2008 | 3 Comments »
ชีวิตของนิสิตปรัชญาคงหนีไม่พ้นการอ่าน เรียกได้ว่าเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการอ่าน มากกว่าการกระทำอย่างอื่น เช่นพูด ฟังกับเขียน อันที่จริงทั้งสี่อย่างนี้ก็เป็นกิจกรรมหลักของนิสิตปรัชญาทุกคน แต่ผมเชื่อว่าเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการอ่านมากกว่าอย่างอื่น ผมได้ให้ลิงค์เกี่ยวกับข้อแนะนำในการอ่านบทความปรัชญาไปบ้าง ก็คิดว่าเป็นประโยชน์พอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม คิดว่าเราน่าจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นภาษาไทยในบริบทที่ใกล้ตัวเราบ้าง
ปัญหาหลักที่ผมพบเกี่ยวกับการอ่านงานทางปรัชญาก็คือว่า เรื่องที่อ่านยากเกินไป อันนี้เป็นปัญหาสำคัญที่สุด หลายคนบ่นว่าปัญหาอยู่ที่ภาษาอังกฤษ จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะถ้าเรื่องไม่ยาก ก็ย่อมทำความเข้าใจกับภาษาไปได้ แต่บทความทางปรัชญายากเพราะว่า คนเขียนถือว่า คนอ่านควรจะมีความรู้พื้นฐานมาก่อนแล้ว บทความโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวารสารดังๆ เช่น Ethics, Mind หรือ Journal of Philosophy อ่านยากทั้งนั้น แม้กระทั่งอาจารย์ปรัชญาชาวตะวันตกเอง ก็ยังบอกว่ายาก และจะไม่ไปอ่านถ้าไม่จำเป็น มีน้อยมากๆที่จะมีอาจารย์ปรัชญาคนไหนจะหยิบวารสารเหล่านี้ขึ้นมาอ่าน ราวกับอ่าน magazine ทำอย่างนั้นไม่ได้ และคนที่ทำแสดงว่าไม่รู้วิธีการวิจัยทางปรัชญาจริงๆ สิ่งที่นักปรัชญาทำเป็นหลัก ก็คือคุยกัน (กับกินเบียร์) แล้วจะอ่านบทความในวารสารเหล่านี้ก็ต่อเมื่อ มีโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องอ่านโดยตรง เช่นจะเขียนบทความในหัวข้อเดียวกัน หรืออะไรทำนองนี้ ไม่มีใครที่อยู่ดีๆลุกขึ้นมาอ่าน Mind ราวกับว่าเป็นการอ่านผ่อนคลายหลังอาหาร
แล้วทีนี้ถ้าเราต้องอ่าน เพราะเป็นนิสิตและถูกบังคับให้อ่าน จะทำอย่างไร? สิ่งแรกก็คือ เราต้องจัดการให้ตัวเราเองมีพื้นความรู้พอที่จะอ่านบทความเหล่านี้ได้รู้เรื่อง เรื่องนี้ไม่ถึงกับยากมาก แต่ต้องใช้เวลา นิสิตในโลกตะวันตกส่วนมากมีภาษีดีกว่าเรา เพราะเขาอ่านหนังสือปรัชญามาเป็นเวลานาน [...]
บล๊อกนี้หลังจากปิดคอร์ส
Posted in Content, แท็ก จริยศาสตร์, ญาณวิทยา, ปรัชญา, ปรัชญาภาษา, สุนทรียศาสตร์, อภิปรัชญา on 22 กันยายน 2008 | Leave a Comment »
ผมคิดว่า บล๊อกนี้น่าจะยังอยู่ต่อไปแม้ว่ารายวิชาปรัชญาภาษาจะปิดลงอย่างเป็นทางการหลังการสอบบ่ายวันนี้ ใครที่สนใจอะไรที่เป็นสมาชิกของบล๊อกก็สามารถโพสข้อความได้ต่อไป แต่หัวข้ออาจจะขยายกว้างขึ้น เพื่อให้รวมเอาสาขาที่เกี่ยวเนื่องกับปรัชญาภาษาโดยตรง ได้แก่อภิปรัชญา ญาณวิทยา ปรัชญาวิทยาศาสตรื Logic เข้าไว้ด้วย แต่จริงๆแล้ว เนื่องจากปรัชญาเกี่ยวพันกันหมด เราก็ไม่จำกัดโพสในสาขาอื่นๆ เช่น ปรัชญาสังคม ปรัชญาการเมือง จริยศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ ด้วย
วิดีโอเกี่ยวกับ Quine ภาคที่เหลือ
Posted in วิดิโอ, แท็ก การแปล, ความหมาย, ตรรกวิทยา, ปรัชญาภาษา, ภาษา, อภิปรัชญา, Quine on 10 สิงหาคม 2008 | Leave a Comment »
ผมโพสวิดิโอจากยูทูบที่ Bryan McGee สัมภาษณ์ไควน์ที่เหลืออีกสามตอนลงตรงนี้ทั้งหมด:
ตอนที่สาม
ตอนที่สี่
ตอนนี้ห้า
วิดิโอเกี่ยวกับ Quine ภาคสอง
Posted in วิดิโอ, แท็ก ความหมาย, ตรรกวิทยา, ภาษา, อภิปรัชญา, Quine on 10 สิงหาคม 2008 | Leave a Comment »
วิดิโอเกี่ยวกับ Quine
Posted in วิดิโอ, แท็ก การแปล, ความหมาย, ปรัชญาภาษา, อภิปรัชญา, meaning, Quine, translation on 31 กรกฎาคม 2008 | Leave a Comment »
วิดิโอจากยูทูบนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักปรัชญาชาวอเมริกันคนสำคัญที่สุดคนหนึ่ง ได้แก่ Willard van Orman Quine เราเขียนชื่อภาษาไทยของเขาว่า “ไควน์” ซึ่งทำให้ชื่อของเขาเสียงคล้ายๆกับสัตว์ที่คนไทยรู้จัก ที่เอาไว้ใช้ไถนา
