Tag Archives: ปรัชญาภาษา

หนังสือปรัชญาภาษาออกวางตลาดแล้ว

ผมมีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบ คือบัดนี้หนังสือ “ปรัชญาภาษา” ได้ออกวางตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครที่สนใจไปซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หรือไม่ก็คลิกที่ลิงนี้ http://www.chulabook.com/description.asp?barcode=9789740325666 ผู้ที่ซื้อทางอินเทอร์เน็ตจะไ้ด้ราคาลดพิเศษ คือ 221 บาท จากราคาหน้าปก 260 บาท

ข่าวล่าสุด: หนังสือปรัชญาภาษา

ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้หนังสือ “ปรัชญาภาษา” กำลังอยู่ในโรงพิมพ์ และคาดว่าจะออกวางจำหน่ายได้ในเร็ววันนี้ สำนักพิมพ์ตั้งราคาหน้าปกไว้ที่ 260 บาท ซึ่งนับว่าไม่แพงเลยสำหรับหนังสือที่หนากว่า 400 หน้า รายละเอียดดูได้ที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ http://www.chulapress.com/ หรือศูนย์หนังสือจุฬาฯผู้จัดจำหน่าย – http://www.chulabook.com/

รูปปกหนังสือปรัชญาภาษา

ขณะนี้หนังสือปรัชญาภาษาใกล้จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเต็มที่แล้ว ตอนนี้สำนักพิมพ์ได้ออกแบบปกหน้ากับปกหลังของหนังสือเรียบร้อยแล้ว เลยเอามาให้ดูกัน:

ข่าวเกี่ยวกับหนังสือปรัชญาภาษา

หนังสือ ปรัชญาภาษา ที่หลายคนกำลังรอคอย ใกล้จะคลอดออกมาแล้ว โดยในขณะนี้สำนักพิมพ์จุฬาฯกำลังตรวจปรู๊ฟขั้นสุดท้าย และตรวจแบบปกหน้ากับปกหบัง ก่อนจะส่งให้โรงพิมพ์ต่อไป ก็คาดว่าเราคงจะได้เห็นหนังสือเล่มนี้ออกมาเป็นตัวเป็นตนในเวลาไม่นานนี้ ในช่วงนี้เพื่อเป็นการชิมลางหนังสือเล่มนี้ไปก่อน ก็ขอให้เราดูข้อความปกหลังของหนังสือ ดังต่อไปนี้ ภาษากับความหมายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของมนุษย์ ซึ่งหากปราศจากภาษากับความหมายแล้ว มนุษย์ก็ยากที่จะดำรงความเป็นมนุษย์อยู่ได้ ปัญหาต่างๆของปรัชญาเองก็ถือได้ว่าสามารถทอนลงไปเป็นปัญหาเกี่ยวกับภาษาและความหมายได้ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น การถกเถียงเกี่ยวกับธรรมชาติที่แท้จริงของความเป็นจริงหรือความรู้ หรือความดีกับความงาม ก็เป็นไปได้ว่าเป็นการถกเถียงเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของคำเช่น “ความดี” หรือ “ความเป็นจริง” หรือ “ความรู้” หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่แนะนำการสนทนาและทฤษฎีสำคัญๆต่างๆเกี่ยวกับปรัชญาภาษา จึงเหมาะแก่ผู้ที่เรียนวิชานี้ อย่างไรก็ตาม เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ก็เหมาะแก่ผู้ที่ศึกษาวิชาที่เกี่ยวข้องอื่นๆด้วย เช่น อรรถศาสตร์ หรือภาษาศาสตร์ เนื่องจากทฤษฎีเกี่ยวกับภาษาและความหมายเป็นรากฐานของทฤษฎีต่างๆในวิชาการหลายแขนง ผู้ที่สนใจรากฐานของทฤษฎีเหล่านี้ ก็ย่อมได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้โดยตรง

ประกาศสำนักพิมพ์มูลนิธิพันดารา

หนังสือเรื่อง “โศลกมูลฐานว่าด้วยทางสายกลาง” ของท่านนาคารชุน มีจำหน่ายแล้วที่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คัมภีร์ มูลมธฺยมกการิกา หรือแปลเป็นไทยว่า “โศลกมูลฐานว่าด้วยทางสายกลาง” เป็นงานที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของพระพุทธศาสนา รจนาโดยพระอาจารย์นาคารชุน ซึ่งเชื่อกันว่าท่านมีชีวิตอยู่ในประเทศอินเดียตอนใต้ เมื่อราวศตวรรษที่สองหลังคริสตกาล ท่านเป็นผู้ก่อตั้งสำนักปรัชญาพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า “มาธยมิกะ” หรือ “สำนักทางสายกลาง” และงานชิ้นนี้ของท่านก็มีผู้ศึกษาเล่าเรียนและนำไปอ้างอิงกับบรรยายอธิบายความหมายในทุกๆวัฒนธรรม ที่พระพุทธศาสนาฝ่ายสันสกฤตได้แพร่กระจายไป ได้แก่ทิเบต จีน เกาหลี ญี่ปุ่นและมองโกเลีย นอกจากนี้ งานชิ้นนี้ยังมีความสำคัญตรงที่เป็นจุดตั้งต้นของการแพร่กระจายของการตีความอันหลากหลาย โดยที่นิกายย่อยสองนิกายภายในสำนักคิดมาธยมิกะ อันได้แก่สวตันตริกมาธยมิกะ และปราสังคิกมาธยมิกะ ก็มีจุดกำเนิดจากความแตกต่างในการตีความตัวบทในงานของท่านนาคารชุนนี้ เนื้อหาของ “โศลกมูลฐานว่าด้วยทางสายกลาง” เป็นการนำเสนอแก่นคำสอนของพระพุทธศาสนา อันได้แก่เรื่องความว่างหรือ “ศูนยตา” (เขียนแบบบาลีได้ว่า “สุญญตา”) โดยศูนยตานี้เป็นเนื้อหาของทางสายกลางที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ และท่านนาคารชุนได้นำมาขยายความอย่างละเอียดพิสดาร เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจประเด็นและแง่มุมต่างๆเกี่ยวกับศูนยตาและทางสายกลางอย่างละเอียด ทั้งนี้ก็อยู่ภายในขอบเขตของคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมด มีนักวิชาการบางฝ่ายที่เสนอว่า ข้อเขียนของท่านนาคารชุนในงานชิ้นนี้ มีบางส่วนที่เป็นการนำเสนอเนื้อหาใหม่เพิ่มไปจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนเอาไว้ แต่หากพิจารณางานชิ้นนี้อย่างถี่ถ้วนแล้วจะพบว่า ไม่มีโศลกใดเลยที่จะเสนอคำสอนที่เกินเลยหรือไม่ตรงต่อจุดมุ่งหมายหลักของพระพุทธเจ้าในการสอนสรรพสัตว์เพื่อให้เข้าใจหนทางแห่งการพ้นทุกข์ จุดที่งานของท่านนาคารชุนเพิ่มเข้ามาก็คือ การอธิบายและการให้เหตุผลสนับสนุนคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเป็นระบบ จุดสำคัญอยู่ที่การอ้างเหตุผล อาจกล่าวได้ว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏในพระสูตรนั้น เป็นคำสอนเบื้องต้นที่มิได้มุ่งอธิบายความเป็นมาเป็นไป หรือเหตุผลเบื้องหลังอย่างละเอียด แต่เมื่อพระพุทธศาสนามีการพัฒนามากขึ้นทางด้านความคิดและเหตุผล ก็จึงเกิดความพยายามที่จะทำคำสอนเหล่านี้ให้เป็นระบบ และมีเหตุผลรองรับเพื่อให้ผู้ที่ยังสงสัยอยู่ หรือขาดศรัทธาในคำสอนของพระพุทธศาสนา [...]

ปรัชญาภาษาของแดริดา

ผมกำลังเตรียมสอนวิชา social and political ethics ที่มหาวิทยาลัย Linkoping ประเทศสวีเดน ซึ่งจะสอนชั่วโมงแรกพรุ่งนี้ ระบบที่นี้แปลก เพราะนักศึกษาเรียนทีละหนึ่งคอร์สเท่านั้น แต่เรียนอย่างเข้มข้นสามอาทิตย์จบ หมายความว่าในเวลาสามอาทิตย์ นักศึกษาที่นี่อ่านเท่าๆกับหรือมากกว่าที่เราอ่านกันในเวลาสี่เดือน! เหตุผลก็คือว่า เรียนไปทีละวิชา ดังนั้นในเวลาสี่เดือนก็อาจเรียนแบบนี้ได้สามหรือสี่วิชา งานหนักของการเรียนแบบนี้ นอกจากจะอยู่ที่ต้องอ่านตลอดแล้ว ยังต้องเริ่มเรียนและเขียน paper ให้เสร็จส่งอาจารย์ให้ได้ภายในเวลาสามอาทิตย์ ผมว่าระบบแบบนี้น่าจะเอาไปใช้ที่จุฬาฯบ้าง จะได้แก้ปัญหานิสิตเขียน paper ช้าอืดไม่ยอมส่งสักที ทีนี่ส่งเกินกำหนดไม่ได้ จะไม่ได้หน่วยกิตเอา ระหว่างที่เตรียมอยู่นี่ก็ไปพบกับแนวคิดของ postmodernism หรือ “หลังสมัยใหม่นิยม” (แบบธีรยุทธ บุญมี ) ซึ่งอ้างอิงงานของนักปรัชญาฝรั่งเศส Jacques Derrida ไว้เยอะมาก คำหลักของปรัชญาของแดริดาได้แก่คำว่า “différance” ซึ่งคำๆนี้ไม่มีในพจนานุกรมภาษาฝรั่งเศส (แต่อาจจะมีแล้วก็ได้เนื่องจากแดรดาประดิษฐ์คำนี้ขึ้นมาใหม่) ใน Wikipedia มีการอธิบายเรื่องนี้ไว้แบบนี้ Illustration of différance For example, the word “house” derives [...]

ข้อแนะนำในการอ่านบทความปรัชญา

ชีวิตของนิสิตปรัชญาคงหนีไม่พ้นการอ่าน เรียกได้ว่าเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการอ่าน มากกว่าการกระทำอย่างอื่น เช่นพูด ฟังกับเขียน อันที่จริงทั้งสี่อย่างนี้ก็เป็นกิจกรรมหลักของนิสิตปรัชญาทุกคน แต่ผมเชื่อว่าเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการอ่านมากกว่าอย่างอื่น ผมได้ให้ลิงค์เกี่ยวกับข้อแนะนำในการอ่านบทความปรัชญาไปบ้าง ก็คิดว่าเป็นประโยชน์พอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม คิดว่าเราน่าจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นภาษาไทยในบริบทที่ใกล้ตัวเราบ้าง ปัญหาหลักที่ผมพบเกี่ยวกับการอ่านงานทางปรัชญาก็คือว่า เรื่องที่อ่านยากเกินไป อันนี้เป็นปัญหาสำคัญที่สุด หลายคนบ่นว่าปัญหาอยู่ที่ภาษาอังกฤษ จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะถ้าเรื่องไม่ยาก ก็ย่อมทำความเข้าใจกับภาษาไปได้ แต่บทความทางปรัชญายากเพราะว่า คนเขียนถือว่า คนอ่านควรจะมีความรู้พื้นฐานมาก่อนแล้ว บทความโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวารสารดังๆ เช่น Ethics, Mind หรือ Journal of Philosophy อ่านยากทั้งนั้น แม้กระทั่งอาจารย์ปรัชญาชาวตะวันตกเอง ก็ยังบอกว่ายาก และจะไม่ไปอ่านถ้าไม่จำเป็น มีน้อยมากๆที่จะมีอาจารย์ปรัชญาคนไหนจะหยิบวารสารเหล่านี้ขึ้นมาอ่าน ราวกับอ่าน magazine ทำอย่างนั้นไม่ได้ และคนที่ทำแสดงว่าไม่รู้วิธีการวิจัยทางปรัชญาจริงๆ สิ่งที่นักปรัชญาทำเป็นหลัก ก็คือคุยกัน (กับกินเบียร์) แล้วจะอ่านบทความในวารสารเหล่านี้ก็ต่อเมื่อ มีโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องอ่านโดยตรง เช่นจะเขียนบทความในหัวข้อเดียวกัน หรืออะไรทำนองนี้ ไม่มีใครที่อยู่ดีๆลุกขึ้นมาอ่าน Mind ราวกับว่าเป็นการอ่านผ่อนคลายหลังอาหาร แล้วทีนี้ถ้าเราต้องอ่าน เพราะเป็นนิสิตและถูกบังคับให้อ่าน จะทำอย่างไร? สิ่งแรกก็คือ เราต้องจัดการให้ตัวเราเองมีพื้นความรู้พอที่จะอ่านบทความเหล่านี้ได้รู้เรื่อง เรื่องนี้ไม่ถึงกับยากมาก แต่ต้องใช้เวลา [...]

หนังสือปรัชญาภาษาฉบับล่าสุด

ผมได้โพสไฟล์หนังสือปรัชญาภาษาฉบับล่าสุด ที่กำลังจะตีพิมพ์ขึ้นเว็บเรียบร้อยแล้ว ใครสนใจดาวน์โหลดคลิกได้ที่นี่ หนังสือเล่มนี้กำลังตีพิมพ์ แต่ใครไม่อยากซื้อก็ดาวน์โหลดเอาได้ (แต่ต้องเสียตังค์ค่าพรินท์เอาเอง) ขอขอบคุณนิสิตทุกๆคนที่ช่วยกันจนหนังสือเล่มนี้เสร็จออกมาได้ในที่สุด

หนังสือ “ปรัชญาภาษา” เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ขอแจ้งข่าวสำคัญให้แก่ชาวปรัชญาภาษา คือหนังสือ “ปรัชญาภาษา” ของผมเสร็จหมดแล้ว ขณะนี้เหลือแต่ขั้นตอนขอให้คณะอักษรฯอนมุัติพิมพ์ผ่านโครงการตำราของคณะฯ ซึ่งคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ขอขอบคุณทุกๆคนที่ช่วยเหลือการทำหนังสือเล่มนี้อย่างดีมากๆ

บล๊อกนี้หลังจากปิดคอร์ส

ผมคิดว่า บล๊อกนี้น่าจะยังอยู่ต่อไปแม้ว่ารายวิชาปรัชญาภาษาจะปิดลงอย่างเป็นทางการหลังการสอบบ่ายวันนี้ ใครที่สนใจอะไรที่เป็นสมาชิกของบล๊อกก็สามารถโพสข้อความได้ต่อไป แต่หัวข้ออาจจะขยายกว้างขึ้น เพื่อให้รวมเอาสาขาที่เกี่ยวเนื่องกับปรัชญาภาษาโดยตรง ได้แก่อภิปรัชญา ญาณวิทยา ปรัชญาวิทยาศาสตรื Logic เข้าไว้ด้วย แต่จริงๆแล้ว เนื่องจากปรัชญาเกี่ยวพันกันหมด เราก็ไม่จำกัดโพสในสาขาอื่นๆ เช่น ปรัชญาสังคม ปรัชญาการเมือง จริยศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ ด้วย

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,642 other followers