ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้หนังสือ “ปรัชญาภาษา” กำลังอยู่ในโรงพิมพ์ และคาดว่าจะออกวางจำหน่ายได้ในเร็ววันนี้ สำนักพิมพ์ตั้งราคาหน้าปกไว้ที่ 260 บาท ซึ่งนับว่าไม่แพงเลยสำหรับหนังสือที่หนากว่า 400 หน้า รายละเอียดดูได้ที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ http://www.chulapress.com/ หรือศูนย์หนังสือจุฬาฯผู้จัดจำหน่าย – http://www.chulabook.com/
Posts Tagged ‘ความหมาย’
ข่าวล่าสุด: หนังสือปรัชญาภาษา
Posted in Introduction, แท็ก ความหมาย, ปรัชญา, ปรัชญาภาษา, หนังสือ on 4 ตุลาคม 2009 | Leave a Comment »
ข่าวเกี่ยวกับหนังสือปรัชญาภาษา
Posted in Content, แท็ก ข้อความ, ความหมาย, ปรัชญาภาษา, ภาษา, หนังสือ, หนังสือปรัชญาภาษา on 28 สิงหาคม 2009 | Leave a Comment »
หนังสือ ปรัชญาภาษา ที่หลายคนกำลังรอคอย ใกล้จะคลอดออกมาแล้ว โดยในขณะนี้สำนักพิมพ์จุฬาฯกำลังตรวจปรู๊ฟขั้นสุดท้าย และตรวจแบบปกหน้ากับปกหบัง ก่อนจะส่งให้โรงพิมพ์ต่อไป ก็คาดว่าเราคงจะได้เห็นหนังสือเล่มนี้ออกมาเป็นตัวเป็นตนในเวลาไม่นานนี้ ในช่วงนี้เพื่อเป็นการชิมลางหนังสือเล่มนี้ไปก่อน ก็ขอให้เราดูข้อความปกหลังของหนังสือ ดังต่อไปนี้
ภาษากับความหมายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของมนุษย์ ซึ่งหากปราศจากภาษากับความหมายแล้ว มนุษย์ก็ยากที่จะดำรงความเป็นมนุษย์อยู่ได้ ปัญหาต่างๆของปรัชญาเองก็ถือได้ว่าสามารถทอนลงไปเป็นปัญหาเกี่ยวกับภาษาและความหมายได้ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น การถกเถียงเกี่ยวกับธรรมชาติที่แท้จริงของความเป็นจริงหรือความรู้ หรือความดีกับความงาม ก็เป็นไปได้ว่าเป็นการถกเถียงเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของคำเช่น “ความดี” หรือ “ความเป็นจริง” หรือ “ความรู้”
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่แนะนำการสนทนาและทฤษฎีสำคัญๆต่างๆเกี่ยวกับปรัชญาภาษา จึงเหมาะแก่ผู้ที่เรียนวิชานี้ อย่างไรก็ตาม เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ก็เหมาะแก่ผู้ที่ศึกษาวิชาที่เกี่ยวข้องอื่นๆด้วย เช่น อรรถศาสตร์ หรือภาษาศาสตร์ เนื่องจากทฤษฎีเกี่ยวกับภาษาและความหมายเป็นรากฐานของทฤษฎีต่างๆในวิชาการหลายแขนง ผู้ที่สนใจรากฐานของทฤษฎีเหล่านี้ ก็ย่อมได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้โดยตรง
ดนตรีกับปรัชญา
Posted in Content, แท็ก ความรู้สึก, ความหมาย, ความเศร้า, ดนตรี, ปรัชญา, สุนทรียศาสตร์, อภิปรัชญา, อารมณ์ on 21 มกราคม 2009 | 16 Comments »
ตอนนี้ผมขอพูดเรื่องใหม่ที่อาจไม่เกี่ยวกับปรัชญาภาษาโดยตรง อันที่จริงดนตรีกับปรัชญามีความสัมพันธืกันมาเนิ่นนาน และก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆในปรัชญา คือเราเริ่มที่พวกกรีก เป็นที่รู้กันว่าไพธากอรัสเป็นนักปรัชญาที่มีทรรศนะว่า สิ่งจริงแท้นั้นได้แก่ “ความกลมกลืนกัน” หรือ harmony ตำราบางเล่มอาจจะบอกว่า สิ่งจริงแท้สำหรับไพธากอรัสได้แก่จำนวนหรือสัดส่วน ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นสิ่งเดียวกันกับความกลมกลืน เพราะความกลมกลืนกันนี้ก็เป็นสัดส่วนของจำนวนนั่นเอง
เรื่องนี้เป็นเรื่องค่อนข้างเทคนิค ถ้าเราไม่ได้มีพื้นฐานทางดนตรี แนวคิดหลักๆก็คือว่า สัดส่วนของความกลมกลืนกันพื้นฐานทางดนตรีนั้น เป็นสัดส่วนความกลมกลืนกันพื้นฐานของสรรพสิ่งด้วย ตัวอย่างก็คือ คลื่นเสียงที่แตกต่างกันหนึ่ง octave (สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นดนตรี เสียงที่ต่างกันหนื่ง octave หรือหนึ่ง “คู่แปด” ได้แก่เสียงที่มีชื่อแบบเดียวกัน แต่มีความสูงต่ำต่างกัน ผมอธิบายได้แค่นี้ ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ ต้องถามคนเล่นดนตรีเป็น) นั้น จะมีความถี่คลื่นเสียงต่างกัน 2 เท่าพอดี กล่าวคือ หากเสียงหนึ่งมีความถี่ที่ n Hz (ตัวอย่างคือ เสียง A ที่ใช้เทียบเสียงวงออเคสตรา มีความถี่ 440 Hz) เสียงที่สูงขึ้นไปอีกหนึ่ง octave จะมีความถี่ 2n และเสียงที่สูงขึ้นไปอีกหนึ่ง octave ก็จะมีความถี่ 4n ไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ [...]
เรียนปรัชญาไปทำไม? (ต่อ)
Posted in Content, แท็ก ความหมาย, ความหมายของตรรกวิทยา, ตรรกวิทยา, ปรัชญา, ภาษา, เรียนปรัชญา on 13 มกราคม 2009 | 4 Comments »
ผมพยายามเขียน comment ตอบของเปี๊ยกกับหนุนที่เขียนมาแสดงความคิดเห็นในโพส “เรียนปรัชญาไปทำไม” แต่ปรากฏว่าโปรแกรม crash ถึงสองครั้ง โชคดีที่ครั้งที่สองนี้ผมเก็บเอาไว้ก่อน เลยก็ยกขึ้นมาเป็นโพสใหม่ตรงนี้ ก่อนอ่านตรงนี้ขอให้อ่าน comment ของเปี๊ยกกับหนุน ก่อน
__
ผมเพิ่งเขียนคำตอบเสร็จ ปรากฏว่าโปรแกรม crash เฉยเลย เลยต้องเขียนใหม่ แล้วก็จำที่เขียนไปไม่ได้หมดแล้ว เลยขอตอบสั้นๆ
หนุนพูดถูกแล้วเกี่ยวกับเรื่องนกเพนกวิน การอ้างเหตุผลนี้เป็นแบบนี้
นกทุกตัวบินได้
นกเพนกวินเป็นนก
ดังนั้นนกเพนกวินบินได้
ปัญหาอย่างที่เรารู้่กันก็คือนกเพนกวินบินไม่ได้ ดังนั้นจึงทำให้การอ้างเหตุผลนี้แม้จะ valid แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่ข้ออ้างจะเป็นจริง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะไปขัดแย้งกับข้อสรุป ซึ่งเป็นเท็จ
การอ้างเหตุผลนี้จึงอยู่ในรูปแบบ reductio ad absurdum ทีนี้ถ้าเราไม่เรียนตรรกวิทยา เราก็จะไม่มีทางเข้าใจว่า reductio เป็นอย่างไร ก็จะเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก หากมาเรียนปรัชญาแล้วไม่รู้เรื่องพื้นฐานแบบนี้
ทีนี้หนุนกับเปี๊ยกมีการอ้างเหตุผลอีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับ “หัวใจ” กับตรรกวิทยา:
วิชาตรรกวิทยาเป็นวิชาแห้งแล้ง
วิชาแห้งแล้งไม่เกี่ยวกับ “หัวใจ”
ดังนั้นวิชาตรรกวิทยาไม่เกี่ยวกับ “หัวใจ”
ผมยกประเด็นเรื่องการอ้างเหตุผลนี้ valid หรือไม่ให้เป็นแบบฝึกหัด ประเด็นก็คือว่า เรากำลังพูดกันเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างรูปแบบกับเนื้อหาอีกแล้ว วิชาตรรกวิทยาไม่ได้มีอะไรจะพูดเลยเกี่ยวกับ “เนื้อหา” เพราะเราจะมีการอ้างเหตุผลเกี่ยวกับนกเพนกวินก็ได้ มนุษย์ต่างดาวก็ได้ หัวใจก็ได้ ตับหรือปอดก็ได้ ได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่วิชานี้ศึกษาได้แก่ “รูปแบบ” เช่น [...]
เรียนปรัชญาไปทำไม?
Posted in เวลาว่าง, แท็ก การสอนปรัชญา, ความหมาย, นักปรัชญา, ปรัชญา, เรียนปรัชญา, เหตุผลของปรัชญา on 5 มกราคม 2009 | 7 Comments »
โพสนี้ต่อเนื่องจากเรื่อง vivisection ในโพสที่แล้ว คำถามก็คือว่า “เราเรียนปรัชญาไปทำไม?” ผมก็เลยไปค้นๆคำตอบของนักปรัชญาคนสำคัญๆในอดีต ก็มีว่าดังนี้
*
ธาลีส
น้ำ
อนักซิแมนเดอร์
apeiron
พาร์เมนิดีส
หนึ่งเดียวเท่านั้น
เฮราไคลตัส
เพื่อให้ตระหนักว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่มีสิ่งใดคงอยู่
เพลโต
เพื่อให้เข้าถึงโลกของแบบ
อริสโตเติล
เพื่อให้รู้ว่าแบบอยู่ในวัตถุ
อไควนัส
เพื่อรับใช้พระเจ้า
เดส์การ์ตส์
เพื่อรู้ว่าตัวเองมีอยู่
สปิโนซา
เพื่อมองโลกผ่านสายตาของนิรันดร
ล็อค
เพื่อกำจัด “ไสยศาสตร์”
ฮูม
เพื่อสงสัยว่าพรุ่งนี้พระอาิทิตย์จะขึ้นหรือเปล่า?!
คานท์
เพื่อรู้ว่าสิ่งในตัวเองไม่มีทางรู้ได้
เฮเกล
สิ่งตรงข้ามแท้จริงแล้วเป็นสิ่งเดียวกัน
มาร์กซ์
หน้าที่ของปรัชญาไม่ใช่แค่รู้ แต่ต้องเปลี่ยนสังคม
โชเพนฮาวร์
เราถูกพลังมืดบอดผลักดัน!!
นิตเช่
อภิมนุษย์
ไฮเดกเกอร์
เพื่อพูดให้คนอื่นฟังไม่รู้เรื่อง
ขงจื๊อ
เพื่อบูชาบรรพบุรุษ
เล่าจื๊อ
คนที่พูดเกี่ยวกับเต๋า ไม่รู้เรื่องเต๋า
จางจื๊อ
เพื่อสงสัยว่าตนเองเป็นผี้เสื้อที่กำลังฝันอยู่ หรือว่าเป็นตนเองที่ฝันว่าเป็นผีเสื้อ
ศังกราจารย์
เพื่อให้หยดน้ำนี้รวมกับทะเล
นาคารชุน
เพื่อโยนบันไดทิ้ง
ความเงียบกับอภิปรัชญา
Posted in Content, แท็ก ความหมาย, ความเงียบ, ปรัชญา, ภาษา, วิตเกนสไตน์, วิทยาศาสตร์, อภิปรัชญา on 8 ธันวาคม 2008 | 3 Comments »
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาสนใจปรัชญา “อภิปรัชญา” หรือ metaphysics เป็นแขนงหนึ่งของปรัชญาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นจริง ทีนีคำว่า “ความเป็นจริง” ก็ตรงกับภาษาอังกฤษว่า reality หมายถึงสิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่ อภิปรัชญาต่างจากวิทยาศาสตร์ตรงที่ แม้ทั้งคู่จะอ้างว่าศึกษาความเป็นจริงเหมือนกัน แต่อภิปรัชญากว้างกว่ามาก เพราะเป็นการศึกษาไปที่ตัวมโนทัศน์หลักๆที่เราใช้ในการทำความเข้าใจความเป็นจริง ในขณะที่วิทยาศาสตร์จะต้องผ่านกระบวนการที่รู้จักกันว่า “วิธีการทางวิทยาศาสตร์”
ตัวอย่างเช่น ปัญหาว่า สสารประกอบด้วยอะไร เป็นปัญหาวิทยาศาสตร์ เพราะเราสามารถหาความรู้นี้ภายใต้ระบบของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ คำตอบก็ออกมาในทำนองว่า สสารประกอบด้วยอะตอมกับโมเลกุล หรือถ้าลงให้ลึกไปอีกก็ประกอบด้วยอนุภาคพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหัวข้อของวิชาฟิสิกส์ แต่คำถามเดียวกันนี้ก็อาจเป็นคำถามเชิงอภิปรัชญาได้ หากการหาคำตอบเป็นกระบวนการคิดด้วยเหตุผล หรือด้วยการวิเคราะห์ความหมายของมโนทัศน์ ดังนั้น หากตอบคำถามนี้ว่า สสารประกอบด้วยโมนาด โดยคำว่า “โมนาด” เป็นคำในระบบปรัชญาของไลบ์นิซที่หมายถึงส่วนประกอบเล็กย่อยที่สุดของสรรพสิ่ง ซึ่งไม่มีขนาด มีแต่คุณสมบัติ ก็เป็นคำตอบในเชิงอภิปรัชญา วิธีการทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์การมีอยู่หรือไม่มีอยู่ของโมนาดได้ เพราะฐานคิดแตกต่างกัน โมนาดเป็นเรื่องของการใช้เหตุผลล้วนๆ และเป็นผลจากการยอมรับระบบความเป็นจริงระบบหนึ่ง แต่วิทยาศาสตร์ไม่เป็นแบบนั้น
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของอภิปรัชญาก็ได้แก่ภาษา ไลบ์นิซซึ่งเป็นนักอภิปรัชญาคนสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ใช้วิธีการวิเคราะห์ความหมายและเหตุผลล้วนๆในการเสนอความคิดทางอภิปรัชญา เนื่องจากภาษาที่จะใช้สื่อความเข้าใจได้ ต้องอยู่ในรูปประโยค (เพราะว่าหากเป็นวลีเฉยๆ เช่น “ข้าวจานนี้” ก็ไม่รู้ว่าพูดถึงข้าวจานนี้ว่าอย่างไร) ดังนั้นอภิปรัชญาจึงมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับรูปประโยค นักตรรกวิทยาจะเรียกรูปประโยคนี้ว่า “ประพจน์” ซึ่งเราก็เคยเรียนเรื่องนี้กันมาแล้ว
เมื่ออภิปรัชญาเกี่ยวกับข้องกับภาษาเช่นนี้ ผลที่ตามมาก็คือว่า ความเป็นจริงเอง [...]
ความเงียบของพระพุทธเจ้า
Posted in Content, แท็ก ความหมาย, ตัวตน, ปรัชญา, พระพุทธศาสนา, พระพุทธเจ้า, ภาษา, อนัตตา, อภิปรัชญา, อัตตา on 1 ธันวาคม 2008 | Leave a Comment »
ผมติดอยู่ที่สวีเดนนี้ ทำให้มีเวลาไตร่ตรองใคร่ครวญอะไรหลายอย่าง ภารกิจในการสอนของผมหมดแล้ว ตอนนี้ก้มีแต่ตรวจ paper ของนักศึกษา ซึ่งคงใช้เวลาไม่นานมากนัก ต่อจากนั้นก็ว่าง
เวลาว่างๆเช่นนี้ก็เหมาะ สำหรับการเขียนบล๊อก ผมไปพบกับพระสูตรบทหนึ่งในพระไตรปิฏก คือ “อานันทสูตร” ความจริงอานันทสูตรมีหลายบท แต่บทนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นการแสดง “ดุษณี” หรือ “ความเงียบ” ของพระพุทธเจ้า ประเด็นเรื่องความเงียบก็ย่อมเป็นประเด็นทางปรัชญาภาษาด้วยแน่นอน เพราะการที่พระพุทธเจ้าทรงเงียบไม่ตอบคำถาม ก็ย่อมมีความหมาย พอเป็นเรื่องของความหมาย ก็ย่อมเป็นเรื่องของปรัชญา
พระสูตรมีเนื้อหาดังนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายก็ยกพระสูตรฉบับภาษาอังกฤษ ที่แปลโดยท่านฐานิสสโรภิกขุ เพราะฉบับภาษาไทยที่อยู่ในเว็บพระไตรปิฎกเช่น http://84000.org/ อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษรู้เรื่องมากกว่า (แต่ใครที่ยังเทียบกับฉบับภาษาไทยก็ดูได้ ที่นี่):
Then the wanderer Vacchagotta went to the Blessed One and, on arrival, exchanged courteous greetings with him. After an exchange of friendly greetings & [...]
ปรัชญาภาษาของแดริดา
Posted in Content, แท็ก ความหมาย, ปรัชญา, ปรัชญาภาษา, ภาษา, แดริดา, différance, poststructuralism on 12 พฤศจิกายน 2008 | 4 Comments »
ผมกำลังเตรียมสอนวิชา social and political ethics ที่มหาวิทยาลัย Linkoping ประเทศสวีเดน ซึ่งจะสอนชั่วโมงแรกพรุ่งนี้ ระบบที่นี้แปลก เพราะนักศึกษาเรียนทีละหนึ่งคอร์สเท่านั้น แต่เรียนอย่างเข้มข้นสามอาทิตย์จบ หมายความว่าในเวลาสามอาทิตย์ นักศึกษาที่นี่อ่านเท่าๆกับหรือมากกว่าที่เราอ่านกันในเวลาสี่เดือน! เหตุผลก็คือว่า เรียนไปทีละวิชา ดังนั้นในเวลาสี่เดือนก็อาจเรียนแบบนี้ได้สามหรือสี่วิชา
งานหนักของการเรียนแบบนี้ นอกจากจะอยู่ที่ต้องอ่านตลอดแล้ว ยังต้องเริ่มเรียนและเขียน paper ให้เสร็จส่งอาจารย์ให้ได้ภายในเวลาสามอาทิตย์ ผมว่าระบบแบบนี้น่าจะเอาไปใช้ที่จุฬาฯบ้าง จะได้แก้ปัญหานิสิตเขียน paper ช้าอืดไม่ยอมส่งสักที ทีนี่ส่งเกินกำหนดไม่ได้ จะไม่ได้หน่วยกิตเอา
ระหว่างที่เตรียมอยู่นี่ก็ไปพบกับแนวคิดของ postmodernism หรือ “หลังสมัยใหม่นิยม” (แบบธีรยุทธ บุญมี ) ซึ่งอ้างอิงงานของนักปรัชญาฝรั่งเศส Jacques Derrida ไว้เยอะมาก คำหลักของปรัชญาของแดริดาได้แก่คำว่า “différance” ซึ่งคำๆนี้ไม่มีในพจนานุกรมภาษาฝรั่งเศส (แต่อาจจะมีแล้วก็ได้เนื่องจากแดรดาประดิษฐ์คำนี้ขึ้นมาใหม่) ใน Wikipedia มีการอธิบายเรื่องนี้ไว้แบบนี้
Illustration of différance
For example, the word “house” derives its meaning [...]
ปริศนากองทรายอีกครั้งหนึ่ง
Posted in Content, แท็ก การอ้างเหตุผล, ความหมาย, ตรรกวิทยา, ปฏิทรรศน์, ปรัชญา, ปริศนา, sorites paradox on 24 ตุลาคม 2008 | Leave a Comment »
ตอนนี้ผมกำลังมาทำวิจัยกับบรรยายที่มหาวิทยาลัย NTNU (Norwegian University of Science and Technology) เมือง Trondheim บรรยายเริ่มหนาว ฝนตกเป็นส่วนใหญ่ แต่วันนี้อากาศค่อนข้างดี ผมอ่านหนังสือเรื่อง Blackwell Companion to the Philosophy of Language มีบทเกี่ยวกับ “Sorites” หรือปริศนา (ปฏิทรรศน์) เรื่องกองทรายที่เราเคยอ่านกันไปแล้ว มี argument หน้าตาแบบนี้:
ข้ออ้าง 1: จำนวน 1 เป็นจำนวนน้อย
ข้ออ้าง 2: ถ้าจำนวน 1 เป็นจำนวนน้อย จำนวน 2 ก็เป็นจำนวนน้อย
ข้ออ้าง 3: ถ้าจำนวน 2 เป็นจำนวนน้อย จำนวน 3 ก็เป็นจำนวนน้อย
…
ข้ออ้าง 100,000: ถ้าจำนวน 99,999 เป็นจำนวนน้อย จำนวน 100,000 ก็เป็นจำนวนน้อย
ข้อสรุป: จำนวน [...]
โดนัลด์ เดวิดสันกับ “กรอบมโนทัศน์”
Posted in Lecture, แท็ก กรอบมโนทัศน์, ความจริง, ความหมาย, ความเป็นจริง, ภาษา, โดนัลด์ เดวิดสัน, โทมัส คูน, paradigm on 15 กันยายน 2008 | 4 Comments »
เรื่องที่น่าสนใจมากๆอีกเรื่องหนึ่งในปรัชญาภาษา ได้แก่เรื่อง “กรอบมโนทัศน์” ของโดนัลด์ เดวิดสัน ซึ่งเป็นนักปรัชญาชาวอเมริกันที่สำคัญทีสุดคนหนึ่ง เดวิดสันมีอายุรุ่นเดียวกับไควน์ และเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2003 ที่ผ่านมานี้
“กรอบมโนทัศน์” ในที่นี้แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า conceptual scheme ซึ่งเดวิดสันพูดถึงเรื่องนี้ไว้ในบทความที่มีชื่อเสียงมากบทหนึ่ง ได้แก่เรื่อง “On the Very Idea of the Conceptual Scheme” ประเด็นหลักของบทความนี้คือ การคิดว่ามีกรอบมโนทัศน์หลายๆกรอบ ซึ่งแต่ละกรอบไม่สามารถแปลกันไปมาได้ หรือเปรียบเทียบเข้ากันไม่ได้ (incommensurable) เป็นแนวคิดที่ผิด และไม่ชอบด้วยเหตุผล
คนที่เคยเรียนปรัชญาวิทยาศาสตร์ ต้องรู้จักชื่อนักประวัติวิทยาศาสตร์โทมัส คูน (Thomas Kuhn) ซึ่งได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่อง “paradigm” เอาไว้ ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ในสายตาของคูน ขึ้นอยู่กับการมีอยู่ของ paradigm ซึ่งกำกับแนวคิดหลักๆและกรอบทฤษฎีของวิทยาศาสตร์เอาไว้ ทีนี้ paradigm ของคูน ก็คล้ายๆกับ conceptual scheme ของเดวิดสัน เพียงแต่ว่า conceptual scheme นี้กว้างกว่า เพราะใช้ได้แก่บริบทต่างๆที่ไม่ใช่บริบทวิทยาศาสตร์แบบ paradigm
ประเด็นหลักเกี่ยวกับ paradigm [...]
