ปรัชญาวิเคราะห์กับปรัชญาภาคพื้นทวีปยุโรป

ความจริงผมไม่ค่อยอยากพูดเรื่องความแตกต่างระหว่างปรัชญาวิเคราะห์กับปรัชญาภาคพื้นทวีป (ยุโรป) มากนัก เพราะปัจจุบันนี้นักปรัชญาไม่ค่อยแบ่งอะไรแบบนี้กันแล้ว แต่เนื่องจากยังมีหลายคนคิดว่า ความแตกต่างนี้ยังเป็นเรื่องสำคัญอยู่ ก็เลยคิดว่าอาจจะต้องพูดเรื่องนี้บ้าง

สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาสนใจปรัชญาตะวันตกในปัจจุบัน คำว่า “ปรัชญาวิเคราะห์” หรือ analytic philosophy จะใช้หมายถึงปรัชญาที่ทำกันในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ ได้แก่สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดา ส่วน “ปรัชญาภาคพื้นทวีป” หรือ continental philosophy หมายถึงปรัชญาที่ทำกันโดยมากในภาคพื้นทวีปยุโรป คือที่พูดภาษาอื่นๆยกเว้นภาษาอังกฤษ คือฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี สเปเป็นหลัก นอกจากนี้ประเทศในกลุ่มอเมริการใต้ที่พูดภาษาสเปนกับโปรตุเกศก็ถือกันว่า อยู่ในสายของปรัชญาภาคพื้นทวีปนี้ด้วย

การแบ่งแบบพื้นๆตรงนี้เริ่มแรกนี้ก็มีปัญหาแล้ว เพราะมีหลายประเทศในภาคพื้นทวีปยุโรป ที่ไม่ได้มองตนเองว่าทำปรัชญาอยู่ในสายเดียวกันกับที่มีอยู่ในเยอรมันหรือฝรั่งเศส เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า ประเทศนอรเวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ กับเดนมาร์ก อยู่ในสายเดียวกันกับปรัชญาในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ ส่วนปรัชญาของประเทศรัสเซียนั้นมีปัญหาหนักยิ่งขึ้นไปอีก เพราะไม่รู้ว่าจะจัดให้อยู่กับกลุ่ม continental หรือ analytic ดี เพราะดูจะไม่ใช่ทั้งคู่ ที่หนักไปกว่านั้น คือปรัชญารัสเซียไม่รู้ว่าจะเป็นปรัชญาตะวันตกหรือปรัชญาตะวันออกดี!

(นอกจากนี้ก็มีปรัชญาของประเทศในยุโรปตะวันออก เช่นของโปแลนด์ เชค เซอร์เบีย โครเอเชีย โรเมเนีย ส่วนใหญ่พวกนี้ก็มักจะจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกับปรัชญาของเยอรมันหรืออิตาลี คือปรัชญาภาคพื้นทวีป)

ตัวอย่างของนักปรัชญาภาคพื้นทวีปยุโรป นอกจากเยอรมันซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ ก็อาจมีคนรู้จักไม่มากนัก ของอิตาลีก็มี Benedetto Croce  หรือ Antonio Gramsci ของสเปนมี José Ortega y Gasset ส่วนของฝรั่งเศสก็มีหลายคนที่เรารู้จักกันดี เช่น Henri Bergson, Auguste Comte ซึ่งเป็นบิดาของสำนัก positivism แล้วก็คนอื่นๆ

แล้วถ้าถามว่า แล้วทำไมถึงจัดปรัชญาของกลุ่มประเทศที่พูดภาษาอังกฤษไว้พวกนึง ของพวกที่พูดภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน อิตาลีไว้อีกพวกนึง เป็นเรื่องยาวมาก แล้วก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากมาย ความคิดของหลายคนที่บอกว่า ปรัชญาวิเคราะห์เน้นตรรกวิทยา ส่วนปรัชญาภาคพื้นทวีป เน้นที่ประวัติปรัชญา เป็นความคิดที่ผิดโดยสิ้นเชิง การคิดเช่นนี้เป็นการมองแบบ stereotype คือมองสิ่งต่างๆแบบจัดเป็นพวกๆ แบ่งแยกออกเป็นสองกลุ่ม สองขั้วอย่างชัดเจน ซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดไม่เข้าใจกัน และมีอคติต่อกัน ความจริงแล้วปรัชญาในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษก็สนใจประวัติปรัชญา และปรัชญาในภาคพื้นทวีปยุโรปก็สนใจเหตุผลกับภาษาไม่แพ้กัน เพราะในฝรั่งเศสเรามี Rene Descartes ที่เป็นผู้ให้กำเนิดวิชาเรขาคณิตวิเคราะห์ ซึ่งเป็นการใช้สัญลักษณ์ทางพีชคณิตมาแก้ปัญหาทางเรขาคณิต นักเป็นการทำให้การจัดการกับพื้นที่ (เขาคณิต) เป็นเรื่องของคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ นอกจากนี้ก็มี August Comte ซึ่งได้พูดถึงไปแล้ว เสนอว่าเฉพาะแต่สิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยตรรกะ กับที่ประจักษ์ชัดด้วยประสาทสัมผัสโดยตรงเท่านั้น ที่ถือได้ว่าเป็นความจริง (L’amour pour principe et l’ordre pour base; le progrès pour but – ความรักเป็นหลักการ ระเบียบแบบแผนเป็นรากฐาน ความก้าวหน้าเป็นเป้าหมาย) ความรักในระเบียบแบบแผนกับตรรกะอยู่ในสายเลือดของวัฒนธรรมฝรั่งเศส ดูการจัดสวนที่วังแวร์ซายส์เป็นตัวอย่าง หรือในการบริหารงานของ Napoleon

ส่วนในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ ก็มีหลายคนที่สนใจประวัติปรัชา หรือสนใจประเด็นทางอภิปรัชญาที่มักคิดกันว่า ปรัชญาในสหรัฐหรืออังกฤษไม่สนใจ เช่น William Bradley ซึ่งเป็นนักปรัชญาจิตนิยมชาวอังกฤษ หรือ Josiah Royce นักอภิปรัชญาชาวอเมริกัน หรือ Alfred North Whitehead ชาวอเมริกันเช่นเดียวกัน แต่เชื่อเรื่อง process philosophy ซึ่งกลมกลืนได้สนิทกับแนวปรัชญาที่มักถือกันว่าเป็น “ปรัชญาภาคพื้นทวีป” (แต่ Whitehead อยู่ในภาคพื้นทวีปอเมริกาเหนือ)