เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับปรัชญาภาษาโดยตรง

สิ่งที่จะนำเสนอต่อไปนี้มิได้เกี่ยวข้องกับปรัชญาภาษาโดยตรง เพราะไม่ใช่การศึกษา วิเคราะห์วิจารณ์ หรือแสวงหาคำตอบให้กับปัญหาของมโนทัศน์ใดๆ ในปรัชญาภาษา แต่เป็นสิ่งที่ผู้สนใจศึกษาปรัชญาน่าจะให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ศึกษาปรัชญาภาษา (ชาวไทย) ที่ทำงานกับมโนทัศน์ต่างๆ ทางภาษาน่าจะเป็นผู้ริเริ่มสิ่งนี้ได้ดี นั่นคือ “การแปรคำศัพท์ทางปรัชญาเป็นภาษาไทย พร้อมทั้งอธิบายความหมายของมโนทัศน์ของคำศัพท์เหล่านั้นเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจร่วมกันในหมู่ผู้ศึกษาปรัชญา”
บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า ภาษาแสดงถึงเนื้อหาความคิด ภาษาที่แฝงไว้ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งย่อมนำพาผู้ใช้ภาษาไปสู่เนื้อหาความคิดที่ลึกซึ้ง ความคิดที่ลึกซึ้งนี้เองเป็นหัวใจของปรัชญามิใช่หรือ แต่ผู้ศึกษาปรัชญาชาวไทยดูเหมือนยังข่าดสิ่งนี้ ความหมายของมโนทัศน์ทางปรัชญายังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในบริบทภาษาไทย
นอกจากภาษาจะแสดงเนื้อหาความคิดภาษายังทำหน้าที่สื่อสารส่งต่อความหมายไปยังสมาชิกอื่นๆ ในชุมชนผู้ใช้ภาษาอีกด้วย แต่สำหรับสังคมไทยภาษาทางปรัชญาถูกใช้แบบต่างคนต่างแปรต่างคนต่างใช้ ความเห็นไม่ตรงกันในการบัญญัติคำศัพท์ บ้างก็แปรศัพท์ทางปรัชญาด้วยคำที่เข้าใจยากนำไปสู่การไม่ยอมรับ ทำให้ภาษาทางปรัชญาของไทยขาดมิติทางการสื่อสาร นับถึงปัจจุบันแม้ว่าการเรียนการสอนวิชาปรัชญาในเมืองไทยผ่านมาแล้วหลายสิบปีแต่ภาษาทางปรัชญาของไทยยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก
ผู้เขียนขอยกตัวอย่างคำสองคำ คำแรกคือคำว่า “อนิจจัง” คำที่สองคือคำว่า “Entail” ทั้งสองคำนี้ไม่ใช่ภาษาไทยทั้งคู่ คำแรกเป็นศัพท์ทางพุทธศาสนาแปรว่า ความไม่เที่ยง ซึ่งแม้จะไม่ต้องแปรงเราก็เข้าใจมโนทัศน์ของคำนี้ว่า หมายถึงความปรวนแปรไม่แน่นอนของสรรพสิ่งนำไปสู่ความสลดสังเวทน์ในชีวิต ส่วนคำที่สองยังไม่มีการแปรที่เป็นที่ยอมรับ ในที่นี้อาจแปรว่า หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะนำไปสู่ ซึ่งแม้จะแปรแล้วแต่ผู้ศึกษาปรัชญาเองโดยเฉพาะแขนงตรรกวิทยาบางคนก็อาจลืมมโนทัศน์ของคำๆ นี้เสียแล้วด้วยซ้ำไป คำถามคือทำไมเราจึงเข้าใจ “อนิจจัง” ได้ดีหรือมากกว่า Entail” บางคนอาจตอบว่า เป็นเพราะพุทธศาสนาเข้ามาในเมืองไทยก่อนวิชาปรัชญา บางคนอาจตอบว่า เป็นเพราะศาสนาย่อมจะสามารถเข้าถึงจิตใจผู้คนได้กว้างขวางกว่าแขนงความรู้อื่น การตอบข้างต้นนี้ไม่ผิด แต่ผู้เขียนขอตั้งข้อสังเกตไว้ในที่นี้คือ ที่เราเข้าใจ “อนิจจัง” ได้ดีเป็นเพราะคำนี้มีการแปรที่เป็นที่ยอมรับและมีการอธิบายความหมายอย่างต่อเนื่องโดยผู้เผยแพร่ศาสนา ทำให้ความเข้าใจในมโนทัศน์ของคำนี้ซึมซาบอยู่ในวัฒนธรรมไทย ซึ่งถ้าชุมชนปรัชญาทำอย่างเดียวกับพุทธศาสนาภาษาทางปรัชญาก็จะซึมซาบอย่างน้อยที่สุดอยู่ในวัฒนธรรมของผู้ศึกษาปรัชญาชาวไทยก็เป็นได้