เทอมปลายที่จะถึงนี้ ผมก็จะหมด sabbatical แล้ว ภาคฯให้ผมสอนสองวิชา คือปรัชญาจิต กับปรัชญากับวรรณคดี ก็นับว่าแปลกดีเพราะสองวิชานี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเท่าไหร่เลย ปรัชญาจิตเป็นเรื่องออกทางวิทยาศาสตร์ เพราะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับจิต การรู้สำนึก ของมนุษย์ (ถ้าไม่ใช่ของมนุษย์ก็ไม่รู้จะศึกษาอะไร เพราะนักปรัชญาศึกษาจิตของสัตว์ไม่เป็น) ส่วนวิชาหลังออกทางมนุษยศาสตร์ เพราะเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ด้านต่างๆของวรรณคดีกับปรัชญา
ผมเคยสอนปรัชญากับวรรณคดีมาหลายครั้งแล้ว แต่เพิ่งจะมาสอนปรัชญาจิตเป็นครั้งแรก ก็น่าตื่นเต้นดี ตอนนี้คิดว่าในส่วนของปรัชญากับวรรณคดี จะอ่านงานของ Nietzsche เป็นหลัก เพราะเรายังไม่มีคอร์สที่พูดถึงปรัชญาของนิตเช่อย่างจริงๆจังๆเลย ส่วนเรื่องปรัชญาจิต คงจะเน้นไปที่การศึกษา “จิตสำนึก” หรือ consciousness เป็นหลัก โดยคงต้องอ้างอิงการศึกษาจากทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง neuroscience ซึ่งกำลังดังอยู่ในตอนนี้
ก็ต้องดูกันว่า การสอนสองวิชาที่แตกต่างกันมากๆเช่นนี้ จะเป็นอย่างไรบ้าง ผมจะพยายาม update เรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ

ลงทะเบียนครับ : )
ผมเคยอ่านซาราทรุสซาฉบับภาษาไทยตอนป.ตรี ไม่รู้เรื่องเลยครับ เป็นงานเขียนที่เข้าใจได้ยากมาก คิดว่าน่าจะเข้าถึงตัวผู้เขียนได้ยากพอๆกัน
ป.ตรีที่ศิลปากร ผมไม่ได้เรียนปรัชญากับวรรณคดี วิชานี้อ.เอมอร นิรัญราช เป็นผู้สอน รู้คร่าวๆว่า อาจารย์เคยใช้งานของ อัลแบร์ กามูร์ มาสอน 2 เรื่อง คือ “คนนอก” กับ “มนุษย์สองหน้า” ซึ่งทั้ง 2 งานก็มีประเด็นทางปรัชญาที่น่าสนใจ อีกทั้งอ่านสนุกด้วย ผมชอบมากๆ ถ้าอาจารย์อยากรู้ว่าที่ศิลปากรสอนวิชานี้แก่นักศึกษาป.ตรีอย่างไร ลองพูดคุยกับอ.ศริญญาที่ภาคได้ครับ เพราะอ.เคยเรียนวิชานี้ที่ศิลปากรมาก่อน ส่วนผมคงเล่าสู่กันฟังได้เพียงเท่านี้
ที่ยากนั้นอาจจะมาจากการแปลก็ได้ เพราะเคยเห็นมีแปลว่า “ดังนั้นพูดซาราธุสตรา” ซึ่งมันผิดไวยากรณ์ภาษาไทยอย่างสิ้นเชิง ที่ถูกต้องเป็นอย่างนี้
“ซาราธุสตราพูดไว้อย่างนี้”