ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ทำให้เราน่าจะคิดกันว่าปรัชญาเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องพวกนี้บ้าง
อันที่จริงเรามีปรัชญาที่เรียกว่าปรัชญาการเมือง ซึ่งพยายามตอบปัญหาสำคัญๆที่เป็นพื้นฐานของการเมืองการปกครองเช่น
- เมื่อใดผู้ใช้อำนาจอธิปไตยจึงมีความชอบธรรมในการใช้อำนาจนั้น?
- ความยุติธรรมคืออะไร?
- ความเสมอภาคคืออะไร? เมื่อไหร่จึงจะถือได้ว่าเกิดความเสมอภาคในสังคมแล้ว?
- ที่มาของ “สิทธิ” อยู่ที่ไหน? “สิทธิ” คืออะไร? มีอยู่จริงหรือเปล่า?
- เสรีภาพกับความเสมอภาคเป็นมโนทัศน์ที่ขัดกันหรือไม่? เพราะเหตุใด?
เรื่องเหล่านี้เป็นหัวข้อทั่วๆไปของปรัชญาการเมือง คำตอบก็มีหลากหลายอันเป็นเรื่องปกติของปรัชญา ในคำถามแรกเกี่ยวกับความชอบธรรมของการใช้อำนาจอธิปไตย คำตอบแบบโบราณก็คือ ผู้ใช้อำนาจนี้ หรือ “องค์รัฏฐาธิปัตย” ได้รับอำนาจนี้มาจากอำนาจหรือความเป็นจริงที่อยู่เหนือโลกนี้ออกไป เช่นในอินเดียโบราณมีเขียนไว้ในคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ว่า พระราชาได้รับอำนาจและความชอบธรรมในการปกครองจากพระนารายณ์ ซึ่งอวตารลงมาปราบยุคเข็ญในโลก และทำให้โลกกลับคือเข้าสู่ความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง นอกจากนี้ก็ยังมีการอธิบายในแง่ของวรรณะ เช่นวรรณะกษัตริย์มีความชอบธรรมในการปกครอง เพราะเกิดมาจากแขนของพระพรหม ดังนั้นหากวรรณะอื่นมาปกครองก็จะไม่ชอบธรรม เช่นให้แพศย์มาปกครอง แพศย์เป็นวรรณะที่ทำการค้า ทำธุรกิจ ดังนั้นหากให้แพศย์มาปกครอง บ้านเมืองก็จะเกิดความอาเพศ เกิดความไม่เรียบร้อยต่างๆ และเมื่อเกิดอาเพศเช่นนี้การใช้อำนาจเพื่อฟื้นฟู “ความถูกต้อง” ให้กลับคืนมา เพื่อให้วรรณะกษัตริย์ได้กลับมาปกครองเหมือนเดิม จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ในอินเดียวรรณะอื่นๆไม่เคยได้ปกครอง จนเมื่อกองทัพมุสลิมยกเข้ามายึดอำนาจจากกษัตริย์ฮินดู จึงมีผู้ปกครองที่ไม่ใช่วรรณะกษัตริย์ ซึ่งมองไปก็เป็นผลดีอย่างหนึ่ง เพราะสามารถ “เป็นกลาง” ในการปกครองได้อย่างเต็มที่ (ทั้งนี้เพราะมุสลิมทั้งหมดทุกคนไม่ได้อยู่ในวรรณะอะไรเลย เพราะเรื่องวรรณะเป็นเรื่องของคนฮินดูโดยเฉพาะ เราที่ไม่เป็นฮินดูจะมีวรรณะอะไรไม่ได้เลยสักหนึ่งวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นพราหมณ์จนลงมาถึงจัณฑาล แล้วที่สำคัญก็คือเราไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นฮินดูได้ ต้องเกิดมาเป็นเท่านั้น) และเมื่ออังกฤษเข้ามาก็เดินตามรอยของกษัตริย์มุสลิมนี้เช่นกัน ทั้งหมดนี้ก็เป็นรากฐานให้แก่การปกครองแบบสาธารณรัฐในอินเดียในปัจจุบัน ซึ่งมีการแยกออกจากกันระหว่างศาสนา (ระบบวรรณะ) กับการเมืองการปกครองอย่างชัดเจน
เรื่องความยุติธรรมคืออะไรก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ในปรัชญาโบราณเช่นในเพลโต ความยุติธรรมได้แก่การสอดคล้องกับความเป็นจริงของจักรวาล หากการกระทำใดสอดคล้องกับแบบของความดี (ซึ่งก็เป็นแบบของความยุติธรรมด้วย) ก็นับว่าเป็นการกระทำที่ยุติธรรม เรื่องนี้มีเรื่องเล่าอยู่ในบทสนทนาคือ ยูไทโฟร ซึ่งหลายคนเคยได้อ่านมาแล้ว เรื่องนี้จบลงที่ว่าตกลงยูไทโฟรก็ยังตอบคำถามของโสกราตีสไม่ได้ว่าความยุติธรรมคืออะไร โสกราตีสก็ไม่ได้ให้คำตอบแก่เราไว้ เรื่องนี้อาจตีความได้ว่า ปัญหาว่าความยุติธรรมคืออะไรเป็นปัญหาสำคัญที่เราต้องคิดหาคำตอบ แต่การหาคำตอบนั้นไม่อาจมาได้จากการยกตัวอย่าง หรืออ้างอิงสิ่งที่มีอยู่ในโลกของประสาทสัมผัส ซึ่งก็เป็นที่มาของทฤษฎีโลกของแบบนั่นเอง
ส่วนหัวข้ออื่นๆนั้นเอาไว้เราลองมาอภิปรายกันดูก็ได้ แล้วผมจะหาเวลามาโพสในบล๊อกเรื่อยๆ

พระวิษณุกับครุฑ

เซ็งสงกรานต์ไม่ได้ไปไหนเลยกำ ดันไปเจอม๊อบอีก
สำหรับคนที่กำลังมองหาโปรแกรมบัญชีดีๆนะครับ
ยังไงก็ขอฝากด้วยเน้อออ
http://buncheethai.worpress.com
แวะกลับไป Comment ก็ยังดี
แนวคิดนี้มันจะใช้กับคนไทยยากนะครับผมว่า